
กิจกรรมครั้งที่ 6 สัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กออทิสติก
งบประมาณในการจัดกิจกรรมครั้งที่ 6 นี้ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจาก สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม (ไทย )
สรุปความรู้จากการสัมมนา โดยกลุ่มวิทยการจากสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม (ไทย )
ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ทราบถึงประโยชน์ ความสำคัญ ของการออกกำลังกายเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ของประสาทสัมผัสของร่างกาย และจะนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆให้แก่เด็กออทิสติก เช่น การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ การประสานสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายที่สัมพันธ์กับการได้ยินและการมองเห็น เป็นต้น กิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ได้รับการฝึกอบรม ได้แก่ 1. กิจกรรมการยืดกล้ามเนื้อและเอ็น เด็กออทิสติกมักจะมีการเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะเอ็นร้อยหวาย จึงควรมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อกลุ่มต่างๆทุกส่วนของร่างกาย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการเคลื่อนไหวให้มากขึ้น ( ดู VCD การยืดเหยียดกล้ามเนื้อและเอ็น ) 2. กิจกรรมการเสริมสร้างประสาทสัมผัสหู ตา และการเคลื่อนไหวของแขนและมือ เป็นการฝึกทักษะการเคลื่อนไหวของมือ ไปตามคำสั่งที่ได้ยิน และการให้มีการเคลื่อนของแขนและมือสัมพันธ์กับสายตาเพื่อหยิบจับลูกเทนนิสในรูปแบบต่างๆ และต้องมีสมาธิในการทำกิจกรรมนี้ 3. กิจกรรมการเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีดขวาง เป็นการประยุกต์ใช้วัสดุราคาไม่แพงที่หาได้ตามท้องตลาด ได้แก่ ท่อน้ำ พีวีซี นำมาดัดแปลงเป็นเครื่องกีดขวางเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวในลักษณะข้ามรูปแบบต่างๆ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ของตา เท้า และสมองสั่งการเคลื่อนไหวนั้นๆ นอกจากนี้กิจกรรมรูปแบบนี้ยังเสริมสร้างการมีสมาธิในการเคลื่อนไหวด้วย
- กิจกรรมการเคลื่อนไหวบนตาราง 9 ช่อง
เป็นการใช้วัสดุที่มีราคาถูก ได้แก่ เทปกาว สร้างตาราง 9 ช่องบนพื้น และเต้นเคลื่อนไหวบนตารางรูปแบบต่างๆตามจังหวะเพลง ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง การมีสมาธิ การใช้ประสาทรับฟังและเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลง
กิจกรรมครั้งที่ 7 เวทีสุขภาพและการจัดรูปแบบสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัว
เป็นเวทีสนทนาจัดขึ้นสำหรับ "โครงการสร้างเสริมองค์ความรู้ระบบประกันสุขภาพ สำหรับเด็กออทิสติก" โดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยมีการดำเนินงานทั้งหมด 5 ครั้ง จังหวัดที่เป็นเป้าหมาย 5 จังหวัดคือ คือ กรุงเทพฯ สุรินทร์ ราชบุรี สงขลา และเชียงราย มีวัตถุประสงค์คือ 1. ศึกษาระบบประกันสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติกที่ผู้ปกครองต้องการ เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดระบบประกันสุขภาพในทุกระดับ 2. ผลักดันในด้านนโยบายเพื่อให้เกิดระบบสวัสดิการการประกันสุขภาพสำหรับเด็กออทิสติก
ผลจากการสัมมนา
บันทึก หัวข้อการสนทนา 9.00 - 12.00 น. : 5 พย. 2548
- ระบบสุขภาพ ระบบการจัดการศึกษา ไม่มีการประสานงานกัน ทำให้ผู้รับการบริการไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการรับการบริการ และการให้การบริการไม่มีการต่อเนื่อง ผู้รับบริการต้องดิ้นรนเอง
- ส่วนใหญ่ต้องพาไปกรุงเทพฯ เพราะต่างจังหวัดไม่มีสถานบริการ ขาดแคลนบุคคลากร และที่กรุงเทพฯมีความน่าเชื่อถือมากกว่า มีบุคลากรมากกว่าจ.นครศรีธรรมราช ไม่มีจิตแพทย์เด็ก ไม่มีนักอรรถบำบัด ไม่มีนักกิจกรรมบำบัด ต้องไปรับบริการที่ อ.หาดใหญ่ สรุปคือ กลุ่มผู้ปกครองบางกลุ่มมีความสามารถเข้าถึงสถานบริการได้ แต่บางกลุ่มไม่สามารถทำได้ ทำให้ขาดโอกาสในการเข้ารับบริการเนื่องจากการบริการไม่เท่าเทียมกันในแต่ละพื้นที่
- ขาดการให้ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ปกครองที่เริ่มรู้ว่าลูกเป็นออทิสติก ทำให้ต้องดิ้นรนหาความรู้ด้วยตนเอง ไม่มีหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญที่มีระบบและเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพช่วยเหลือ
- การให้ข้อมูลจากผู้ปกครองด้วยกัน เป็นการช่วยเหลือกันระดับหนึ่ง
- การจัดการให้เกิดเครือข่ายช่วยเหลือกัน จะสามารถแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง
- อยากให้สังคมเข้าใจในพฤติกรรมของเด็กออทิสติก และยินยอมในการเข้าอยู่ร่วมในสังคม การทำให้สังคมเข้าใจเป็นเรื่องยากที่ควรจะมีการประชาสัมพันธ์ให้สังคมรับรู้
- สิทธิในการรักษาพยาบาล บัตรทองคนพิการ (ท.74) จะรับการรักษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ต่างจากบัตรทองทั่วไปที่เด็กอายุเกิน 12 ปี ต้องเสียค่าบริการ 30 บาท สอบถามรายละเอียด ติดต่อหน่วยบัตรทอง 1330
- ปัญหาเมื่อลูกเป็นออทิสติก ไม่สามารถเข้าโรงเรียนได้เนื่องจากโรงเรียนไม่รับ ต้องช่วยตนเองโดยการหาข้อมูลและลงมือฝึกปฏิบัติเอง เสนอผู้ปกครองหาความรู้ และลงมือปฏิบัติเอง
- ผู้ปกครอง จ.ยะลา ได้รับความรู้จากรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับ ออทิสติก รับบริการจาก รพ.ยะลา ก่อนได้รับบริการต้องมีระบบการรับรองจากแพทย์ค่อนข้างยุ่งยาก และยังต้องเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพฯด้วย
- ผู้ปกครอง จ.ปัตตานี รับการรักษาที่ รพ.สงขลานครินทร์ เข้ารับการศึกษาที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ จ.ปัตตานี
- ปัญหา บุคลากร กระจายให้มากกว่านี้ อาจจะใช้กลุ่มครู ผู้ปกครองมาทำแทน
- ยังไม่มีระบบแรงจูงใจที่ชัดเจนให้โรงเรียนและครูผู้รับผิดชอบ ที่ได้รับเด็กออทิสติกเข้าสอน
- ระบบการศึกษา ไม่มีระบบที่รองรับที่ชัดเจน ไม่มีการใช้เกณฑ์วัดผลตามศักยภาพของเด็กออทิสติก ไม่มีระบบส่งต่อด้านการศึกษา
- มีการวางแผนการฝึกอาชีพอย่างมีระบบและเป็นรูปธรรม
- ศูนย์สาขาออทิสติก ขึ้นกับองค์กรของชุมชน เช่น เทศบาล อบต. ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายเพิ่มเติมจากศูนย์การศึกษาพิเศษ
สรุป ( ช่วงเช้า 9.00 - 12.00 น. )
1. เมื่อพบว่าเด็กเป็นออทิสติก ผู้ปกครองจะพึ่งตนเอง
2. ข้อมูลได้จากแพทย์ ไม่ชัดเจน และมักได้ข้อมูลจากเพื่อนผู้ปกครอง
3. การบริการสุขภาพ บางตัวเบิกไม่ได้
4. การให้บริการ การฝึกพูด กิจกรรมบำบัด มีบุคคลากรไม่เพียงพอ
5. ความรู้ผู้ปกครองมีมากจากประสบการณ์
6. เผชิญหน้ากับสังคมที่ไม่ยอมรับ
ทางแก้ไขปัญหา
1. พัฒนาให้เกิดระบบการช่วยเหลือผู้ปกครองด้วยกันเอง
2. พัฒนาระบบประกันสุขภาพให้ชัดเจน
3. พัฒนาระบบการศึกษา
4. พัฒนาระบบอาชีพ
บันทึก หัวข้อการสนทนา 13.00 - 15.30 น. : 5 พย. 2548
ระบบส่งเสริมสุขภาพและการจัดการสำหรับเด็กออทิสติกที่เป็นเด็กโต หรือผู้ใหญ่
- การทำหมัน เป็นสิทธิส่วนบุคคล การทำหมันเป็นการป้องกันปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศที่จะก่อให้เกิดการตั้งครรภ์ อาจจะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ มีการแนะนำให้แก้ที่ต้นเหตุ การสอนให้รู้ผิดถูกอาจจะเป็น การแก้ที่ต้นเหตุ
- การสอนเพศศึกษาสำหรับเด็กออทิสติก ต้องรู้จิตวิทยาวัยรุ่น แนะนำให้จัดการดังนี้
1. จะถูกชักจูงได้ง่าย ต้องอบรมสอดส่องดูแลอย่างสม่ำเสมอ
2. จำกัดสภาพแวดล้อม สิ่งยั่วยุ
3. ออกกำลังกาย
4. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เบนความสนใจ
- กลุ่มควรศึกษาจิตวิทยาวัยรุ่นและนำมาแลกเปลี่ยนกัน
- การเตรียมความพร้อมเรื่องอาชีพ
1. ทำสืบทอดจากกิจการของครอบครัว
2. ส่งเสริมอาชีพให้ผู้ปกครอง เพื่อนำมาพัฒนาให้ลูก
3. ปัญหา การจัดระบบการขาย การจัดการด้านการเงิน จะทำอย่างไร ?
4. ส่งเสริมตามความถนัดของแต่ละบุคคล
5. การจัดรูปแบบการส่งเสริมอาชีพ
- รวมกลุ่มฝึกอาชีพ
- โรงงานในอารักษ์ ( community workshop ) มีแผนกทำงาน มีระบบบริหารจัดการ
- Home care center มีการจัดอาชีพ ระบบพี่เลี้ยง ทำกิจกรรมที่ไม่เสี่ยง
- มีโครงการ "บ้านคุณพุ่ม" จะจัดตั้งที่ รพ. ประสาท สงขลา งบประมาณ 100 ล้านบาท
- บริษัทจำลอง ฝึกอาชีพ
- การสร้างความมั่นคงของชีวิตบุคคลออทิสติกระยะยาว
- การเตรียมความพร้อมด้านเครือญาติ น่าจะเป็นทางออกสำหรับสังคมไทย
- การสร้างหลักประกันบางอย่าง เช่น สวัสดิการ ประกันชีวิต
- ให้เขามีครอบครัว เพื่อช่วยดูแลในระยะยาว บุคคลออทิสติกมีสิทธิของเขาที่จะดำรงชีพ
- บ้านพิทักษ์สิทธิ์ หรือ บ้านมั่นคง ( สถานสงเคราะห์สำหรับบุคคลออทิสติก )
- อยากให้รัฐมีระบบสวัสดิการช่วยเหลือบุคคลออทิสติก
- ใช้เด็กปกติช่วยเหลือเด็กออทิสติก เช่น การใช้พี่น้อง การใช้เพื่อนมาเป็นผู้ช่วยเหลือ การจัดอาชีพ
- การจัดการช่วยเหลือของกลุ่มบุคคลพิการด้วยกัน สร้างกลุ่มทำงานตามศักยภาพ
สรุป ( ช่วงบ่าย 13.00 - 15.00 น. )
- ภาวะความเครียด จากความพิการ การรักษา การ
- การแก้ปัญหา ด้วยตนเอง
- แก้ปัญหาด้วยการช่วยเหลือเป็นระบบจากหน่วยงานต่างๆ
- การปรับพฤติกรรม การแก้ไขการพูด พ่อแม่มีส่วนนำเข้าสู่การพัฒนานี้
- ระบบให้คำปรึกษา มีปัญหาการให้คำปรึกษาจากระบบบริการ ผู้ปกครองหาเอาเอง
- เด็กเล็กควรได้รับการจัดการรักษา การติดตามที่ดี
- การจัดการศึกษา ไม่มีระบบการประเมินผลที่ชัดเจนที่จะทำให้สถานศึกษากระทำได้
- ความคาดหวังการศึกษาแต่ละคนไม่เท่ากัน น่าจะมีระบบการวางแผนที่ดี
- เสริมสร้างความดำรงชีพ จากระบบครอบครัว ระบบการช่วยเหลือของรัฐ
- หลักการสร้างอาชีพ จะอาศัยกลุ่มจัดการ การอบรมผู้ปกครองสร้างอาชีพ
บันทึก หัวข้อการสนทนา 9.00 - 12.00 น. : 6 พย. 2548
เสนอจาก นพ.สิทธิโชค อนันตเสรี
1. ระบบสุขภาพควรต้องพิเศษต่อเด็กออทิสติกที่ลงทะเบียน และเป็นนโยบายที่ทุกโรงพยาบาลรับรู้และปฏิบัติเหมือนกันทั่วประเทศ
2. การรักษา ควรได้ฟรีทุกอย่าง การรักษาทางกาย การฟื้นฟูบำบัด เช่น ฝึกพูด กิจกรรมบำบัด
3. นโยบายสนับสนุนการดูแลรักษา สร้างบุคลากรให้เพียงพอมีเครือข่าย มีการส่งต่ออย่างมีประสิทธิภาพ
4. การศึกษา มีนโยบายชัดเจนที่ทุกโรงเรียนต้องทำ และกระจายให้ทั่วถึง มีงบประมาณให้แก่โรงเรียน ครู ที่ดำเนินการ และ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และวัดประเมินผลได้จริง
5. แนวคิดการช่วยเหลือบุคคลออทิสติกที่เป็นผู้ใหญ่ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1. บุคคลที่ดำเนินอาชีพอย่างมีอิสระได้เอง
- กลุ่มนี้มีปัญหาไม่มาก น่าจะดำเนินชีวิตได้ดี
2. บุคคลที่ดำเนินอาชีพอย่างมีอิสระ โดยต้องมีพี่เลี้ยง
- การฝึกอาชีพ ต้องมีระบบพี่เลี้ยงให้แก่เด็กออทิสติกที่ดำเนินการเองไม่ได้
ต้องมีระบบบริหารจัดการที่ดี มีระบบพี่เลี้ยง ระบบ buddy
3. บุคคลดำเนินการเองไม่ได้
- ต้องมีการสร้างสถานสงเคราะห์ หรืออาจจะเรียกว่า บ้านพิทักษ์สิทธิ์
6. มีบ้านพิทักษ์สิทธิ์ ที่ดูแลเด็กออทิสติกที่มีอาการมากจนไม่สามารถดำรงชีพอย่างอิสระได้
ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 3 ตอบคำถามข้อสงสัยจากที่ประชุม เรื่องงบประมาณที่โรงเรียนควรจะได้รับจัดสรรจากการจัดการเรียนร่วมให้แก่เด็กออทิสติก
1. มีงบประมาณ 40,000 บาท ต่อปี ต่อโรงเรียน ที่มีโครงการรับเด็กพิเศษ
2. มีคูปองเงินค่าจัดหาสื่อการเรียนรู้ให้โรงเรียน 2,000 บาท / คน / ปี
3. ให้โรงเรียนทำโครงการไปยัง ศูนย์การศึกษาพิเศษ
4. โรงเรียนต้องทำ IEP ของเด็กทุกคน
โรงเรียนออทิสติกในฝัน
1. ขนาดกะทัดรัด รับเด็กเรียนร่วมไม่มาก
2. มีห้องเตรียมความพร้อม หรือห้องเรียนคู่ขนาน
3. ครูมีสัดส่วนที่พอเหมาะ คือ ครู : นักเรียน = 1 : 4 หรือมีครูพี่เลี้ยงช่วย
4. ครูต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น
- รูปแบบอื่น : โรงเรียนสำหรับเด็กออทิสติกโดยเฉพาะ มีบุคลากรที่ชำนาญด้านการสอน การแพทย์ การฟื้นฟู งบประมาณ
- แนวทางจัดทำโครงการโรงเรียนในฝันออทิสติกที่น่าจะเป็นไปได้โดยชมรมฯ
ทำร่วมกับเทศบาล ทำทุกเขตในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ไม่ใช่เฉพาะ เทศบาล 2
ด้านงบประมาณขอชมรมฯ
หลังจากหมดงบประมาณจาก สสส. สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม ไทย จะจัดสรรงบประมาณให้ชมรมฯ โดยให้ทางชมรมฯ คิดแผนปีส่งไปให้กับทางสมาคมฯ
การหางบอื่นๆ ที่ผู้ปกครองอาจจะกระทำได้ เช่น งบ สส. จากบริษัท การของบจากทาง อบต. เทศบาล ฯลฯ
การทำงานโดยมีรูปแบบ 3H Health สุขภาพของเด็ก และสุขภาพครอบครัว Hospital การดูแลฟื้นฟู Hope ความหวังที่อยากให้เกิดขึ้น งานที่ชมรมฯ ต้องทำเพิ่มเติม 1. เสนอโครงการของชมรมฯ เสนอไปยังสมาคมฯ เพื่อจะได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณ 2. ผลักดันให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการจัดการเรียนร่วม น่าจะขอความร่วมมือจากเทศบาล 3. จดหมายข่าว ชมรมฯ เป็นตัวอย่างที่ดี ให้ส่งไปทางสมาคมฯ เพื่อเผยแพร่ด้วย
Relate topics
- เครือข่ายออทิสติก มือสู่โลกที่ถูกมองข้าม
- ประเมินผลโครงการโดยภาพรวม
- กิจกรรมครั้งที่ 8 สัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่องการเขียนแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
- กิจกรรมครั้งที่ 5 สัมมนา เรื่อง การจัดการเรียนร่วมและแนวทางการฝึกอาชีพสำหรับเด็กออทิสติก สรุปความรู้จากการสัมมนา
- กิจกรรมครั้งที่ 4 เสวนาเรื่องการพัฒนากลุ่มผู้ปกครองและกิจกรรมการเคลื่อนไหวเด็กออทิสติก
- กิจกรรมครั้งที่ 3 สัมมนาเรื่องการจัดการศึกษาและความก้าวหน้าในการดูแลรักษาเด็กออทิสติก
- กิจกรรมครั้งที่ 2 เสวนาเรื่องประสบการณ์และเคล็ดลับการเลี้ยงดูลูกรักออทิสติก
- กิจกรรมครั้งที่ 1
- รายงานฉบับสมบูรณ์
- แนวคิดในการทำโครงการ
บุษกร พรหมเทศ (Not Member)
บุษกร พรหมเทศ (Not Member)
