สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

รายงานฉบับสมบูรณ์

ชมรมสมิหลา เพื่อบุคคลออทิสติก จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกและผู้สนใจ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การช่วยเหลือบุคคลออทิสติก  ได้ดำเนินโครงการเครือข่ายช่วยเหลือบุคคลออทิสติกสงขลา เป็นเวลา 1 ปี คือตั้งแต่ เดือนธันวาคม พศ. 2547 จนถึง เดือนธันวาคม พศ. 2548 โดยได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กิจกรรมที่ชมรมฯ จัดขึ้นรวมทั้งหมด 8 ครั้ง โดยมีองค์กรของภาครัฐและเอกชนให้ความร่วมมือช่วยเหลือในการจัดกิจกรรม การดำเนินกิจกรรมตลอดช่วงระยะเวลา 1 ปี ทำให้ชมรมฯมีสมาชิกเพิ่มอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมที่จัดขึ้นทำให้เกิดการเรียนรู้ของกลุ่มสมาชิกและก่อให้เกิดการช่วยเหลือบุคคลออทิสติกในระดับหนึ่ง ทำให้ชมรมฯมีความเข้มแข็งมากขึ้น และสามารถสร้างเครือข่ายได้พอควรที่จะทำให้ชมรมฯสามารถดำเนินกิจกรรมได้ต่อไปในระยะยาว
กิตติกรรมประกาศ ขอขอบคุณหน่วยงานที่มีส่วนร่วมและช่วยเหลือในการดำเนินโครงการด้วยดี 1. ศูนย์การศึกษาพิเศษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สงขลา 2. สมาคมผู้ปกครองออทิซึ่ม (ไทย)
3. มูลนิธิ ออทิสติกไทย 4. หน่วยอรรถบำบัด รพ.หาดใหญ่ 5. ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ รพ.สงขลานครินทร์ 6. ศูนย์การศึกษาพิเศษ สงขลา

ขอขอบคุณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่สนับสนุนงบประมาณในการการดำเนินโครงการนี้

บทสรุปย่อการดำเนินงาน

โครงการเครือข่ายช่วยเหลือบุคคลออทิสติก สงขลา ได้เริ่มดำเนินการโดยชมรมสมิหลา เพื่อบุคคลออทิสติก เมื่อเดือนธันวาคม พศ. 2547 จนถึงเดือนธันวาคม พศ. 2548 รวมกิจกรรมที่ได้จัดขึ้นทั้งหมด 8 ครั้ง กิจกรรมที่ดำเนินการในช่วงระยะ&nbsp; 1 ปี มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกินเป้าหมาย และสามารถเพิ่มจำนวนสมาชิกของชมรมได้อย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีทั้งกลุ่มผู้ปกครอง และกลุ่มผู้สนใจอื่นๆ ได้แก่ บุคคลากรทางด้านสาธารณะสุข ครูการศึกษาพิเศษ ครูจากโรงเรียนต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน และนักศึกษาโปรแกรมการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จึงวิเคราะห์ได้ว่า มีผู้ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะให้ความช่วยเหลือบุคคลออทิสติกที่ไม่ใช่กลุ่มผู้ปกครองมากพอสมควร น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ชมรมฯเป็นผู้ให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นออทิสติกและช่วยประสานงานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ชมรมฯยังสามารถจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ให้แก่ผู้ปกครองและผู้สนใจ<br />
การจัดกิจกรรมของชมรมฯ ที่ได้ดำเนินการ เน้นกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทั้งทางด้านสุขภาพ และด้านการจัดการศึกษาให้แก่เด็กออทิสติกโดยได้รับความร่วมมือจากวิทยากรทั้งในและนอกพื้นที่ นอกจากนี้ชมรมฯได้สร้างเครือข่ายและได้รับงบประมาณส่วนหนึ่งจากสมาคมผู้ปกครองออทิซึ่ม (ไทย) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กออทิสติกซึ่งผู้ปกครองและครูสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้เอง การจัดกิจกรรมเวทีสุขภาพที่ทางชมรมฯร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)และมูลนิธิออทิสติกไทย ทำให้มองเห็นถึงปัญหาและการต้องการความช่วยเหลือของบุคคลออทิสติก และเป็นแนวทางที่จะดำเนินการของชมรมฯ ต่อไป การประเมินผลของการจัดกิจกรรมในภาพรวมอยู่ในระดับดีถึงดีมาก และกลุ่มสมาชิกมีความต้องการให้ชมรมฯดำเนินการต่อไป
การสร้างเครือข่ายจากการดำเนินการของชมรมฯทำได้ระดับหนึ่งคือ ชมรมฯได้รับเป็นเครือข่ายทางภาคใต้ตอนล่างของสมาคมผู้ปกครองออทิซึ่ม (ไทย) ชมรมฯได้รับการช่วยเหลือและความร่วมมือในด้านการให้ความรู้การจัดการศึกษาให้แก่เด็กออทิสติกจากศูนย์การศึกษาพิเศษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สงขลา และได้รับการปรึกษาการช่วยเหลือทางด้านสุขภาพจาก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ รพ.สงขลานครินทร์ และ หน่วยอรรถบำบัด รพ.หาดใหญ่


หลักการและเหตุผล บุคคลออทิสติก เป็นบุคคลซึ่งมีความผิดปกติของการพัฒนาการทางสมองหรือระบบประสาทส่วนกลางตั้งแต่แรกเกิด ส่งผลให้มีพัฒนาการหลายด้านไม่เป็นไปตามปกติ การพัฒนาการที่ล่าช้าเด่นชัดได้แก่การพัฒนาทางด้านสังคม การสื่อสาร การมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และมีภาวะสมาธิสั้น อยู่ไม่นิ่ง ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้จะส่งผลให้มีปัญหาด้านการเรียนรู้ การพูดจะล่าช้ามาก บางคนจะพูดไม่ได้ นอกจากนี้บางคนอาจจะมีอาการของโรคทางสมองร่วมด้วย ได้แก่ ลมชัก  แต่ในทางตรงกันข้ามบุคคลออทิสติกหลายคนที่มีความสามารถพิเศษอยู่ในตัว เช่นความสามารถด้านดนตรี ศิลปะ การคำนวณ
บุคคลออทิสติกที่ได้ให้การช่วยเหลืออย่างถูกวิธีในระยะเริ่มแรก จะสามารถพัฒนาศักยภาพได้ในระดับหนึ่ง การพัฒนาได้มากหรือน้อยขึ้นกับอาการของบุคคลนั้นแต่ละคนไป แต่ถ้าหากไม่ได้รับการพัฒนาก็จะทำให้บุคคลออทิสติกนั้นมีปัญหาในการดำรงชีพอย่างอิสระในภายหน้า ปัญหาของบุคคลออทิสติกในประเทศไทยยังได้รับการแก้ไขน้อยมาก เนื่องจากการขาดองค์ความรู้ในเรื่องการให้ความช่วยเหลือบุคคลออทิสติก สังคมยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับบุคคลออทิสติก และทิศทางการดำเนินนโยบายของรัฐในการให้ความช่วยเหลือยังไม่มีเป็นรูปธรรม
ผู้ปกครองและครอบครัวบุคคลออทิสติกยังขาดความรู้การให้ความช่วยเหลือบุตรหลานของตนเองในทุกด้าน ตั้งแต่การค้นพบความผิดปกติ วิธีการบำบัดรักษา วิธีการเลี้ยงดู การให้การศึกษา การใช้ชีวิตอยู่ในสังคม และการจัดการเรื่องอาชีพ การแก้ไขปัญหาจึงมีความซับซ้อนเกี่ยวโยงหลายฝ่าย และปัจจุบันยังไม่มีการประสานงานกันเป็นเครือข่ายของหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ ได้แก่ โรงพยาบาล ศูนย์การศึกษาพิเศษ สถาบันและหน่วยงานการจัดการศึกษาต่างๆ นอกจากนี้ยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความชำนาญด้านการให้ความช่วยเหลือบุคคลออทิสติก ปัญหาเหล่านี้ทำให้การช่วยเหลือบุคคลออทิสติกเป็นไปได้น้อยมาก ครอบครัวของบุคคลออทิสตืกจึงต้องดิ้นรนแสวงหาการให้ความช่วยเหลือตามศักยภาพที่สามารถจะกระทำได้ด้วยตนเอง
กลุ่มผู้ปกครองและผู้สนใจจึงได้จัดตั้งชมรมสมิหลาเพื่อบุคคลออทิสติก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปกครองบุคคลออทิสติกได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยประสานงานหน่วยงานและองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดเครือข่ายในการให้ความช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและช่วยสื่อสารกับสังคมเพื่อให้สังคมได้รับรู้และเข้าใจบุคคลออทิสติก อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในระยะยาว ทางชมรมฯเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาตรงกับความต้องการของทุกฝ่าย      โดยเฉพาะบุคคลออทิสติกจะได้รับการพัฒนาให้มีทักษะทางสังคม การสื่อสาร และพัฒนาการอื่นๆดีขึ้น          สามารถลดภาระการดูแลบุคคลออทิสติกลงได้ และอาจจะพบความสามารถพิเศษที่ซ่อนเร้นอยู่ในบุคคลเหล่านั้นให้นำมาใช้ประโยชน์ต่อไปได้

วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. พัฒนาให้เกิดศูนย์ประสานงานการพัฒนาบุคคลออทิสติกจังหวัดสงขลาอย่างเป็นระบบ ให้สามารถให้ความช่วยเหลือในขั้นต้น สามารถนัดให้พบผู้เชี่ยวชาญหรือส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เหมาะสมในลำดับต่อไป 2. พัฒนาเครือข่ายช่วยเหลือบุคคลออทิสติก โดยการประสานงานความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ให้มีการช่วยเหลือไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนก่อให้เกิดการผลักดันให้เกิดนโยบายจากภาครัฐที่เหมาะสมต่อไป 3. เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ เกิดการรวบรวมและพัฒนาองค์ความรู้โดยการจัดให้มีการประชุม สัมมนา เสวนาอย่างต่อเนื่อง เกิดการสื่อสารทั้งภายในแวดวงที่เกื่ยวข้องและสังคมภายนอก ให้เกิดความรู้ความเข้าใจและนำไปสู่การพิมพ์เผยแพร่ 4. สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการจัดการบำบัดฟื้นฟูแบบองค์รวม และจัดให้มีการเรียนร่วมกับเด็กปกติอย่างกลมกลืนและมีความสุขทุกฝ่ายทุกระดับตามศักยภาพของบุคคลออทิสตินั้น 5. สนับสนุนและส่งเสริมให้สังคมเกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดการยอมรับและสามารถช่วยกันดูแลบุคคลออทิสติกให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างปกติในสังคม

กิจกรรมและการดำเนินการ จัดตั้งกรรมการดำเนินงานตามโครงการ โดยมีการประชุมวางแผนการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และมีการติดต่อสร้างเครือข่ายโดยการได้เข้าร่วมกิจกรรมกับสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) ทำให้ชมรมสมิหลาเพื่อบุคคลออทิสติกได้เป็นเครือข่ายทางภาคใต้ตอนล่างของสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) และได้รับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมในการจัดกิจกรรมของโครงการนี้จำนวนหนึ่ง ลักษณะการจัดกิจกรรมที่จัดขึ้นจะเน้นการก่อให้เกิดความเข้มแข็งและความสัมพันธ์ของกลุ่มผู้ปกครองและผู้สนใจ และสร้างองค์ความรู้การให้ความช่วยเหลือบุคคลออทิสติกในรูปแบบต่างที่จะนำไปปฏิบัติได้จริง

กิจกรรมที่ชมรมฯจัดขึ้นได้แก่การสัมมนา การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การเสวนา และเวทีสุขภาพ รวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง ดังนี้ 1. เสวนา เรื่อง ความต้องการความช่วยเหลือของผู้ปกครองบุคคลออทิสติก วันที่ 25 ธันวาคม 2547  ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ม.ราชภัฏสงขลา 2. เสวนา เรื่อง ประสบการณ์และเคล็ดลับการเลี้ยงดูลูกรักออทิสติก วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2548  ณ โรงแรม บี พี สมิหลา บีชรีสอร์ท สงขลา 3. สัมมนา เรื่อง การจัดการศึกษาและความก้าวหน้าในการดูแลรักษาเด็กออทิสติก วันที่ 26-27 พฤษภาคม 2548  ณ โรงแรมสงขลาพาเลซ  ม.ราชภัฏ สงขลา
4. เสวนา เรื่อง การพัฒนากลุ่มผู้ปกครองและกิจกรรมการเคลื่อนไหวลูกออทิสติก วันที่ 9 กรกฎาคม 2548  ณ  ราชมังคลา พาวีเลี่ยน บีช รีสอร์ท 5. สัมมนา เรื่อง การจัดการเรียนร่วมและแนวทางการฝึกอาชีพสำหรับเด็กออทิสติก
วันที่ 10 กันยายน 2548  ณ ราชมังคลา พาวีเลี่ยน บีช รีสอร์ท จ.สงขลา 6. สัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กออทิสติก วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2548  ณ ราชมังคลา พาวีเลี่ยน บีช รีสอร์ท จ.สงขลา 7. เวทีสุขภาพและการจัดรูปแบบสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัว
วันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2548  ณ โรงเรียนเทศบาล 2 ( บ้านหาดใหญ่) 8. สัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเขียนแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

วันที่ 19 พฤศจิกายนและ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2548
ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ม.ราชภัฏ สงขลา
กลุ่มเป้าหมาย การจัดทำโครงการมีกลุ่มเป้าหมายคือ 1. บุคคลออทิสติกและครอบครัวที่อยู่ในจังหวัดสงขลา 2. บุคคลกรจากหน่วยงานที่มีส่วนให้ความช่วยเหลือ ได้แก่ 2.1    ครอบครัวบุคคลออทิสติก 2.2 บุคคลากรด้านการศึกษา ได้แก่ ครูจากโรงเรียนภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสงขลา ครูการศึกษาพิเศษ และนักศึกษาโปรแกรมการศึกษาพิเศษ ม.ราชภัฏ สงขลา 2.3    บุคลากรด้านสุขภาพ ได้แก่ พยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการ

กิจกรรมครั้งที่ 1 เสวนาเรื่องความต้องการความช่วยเหลือของผู้ปกครองบุคคลออทิสติก สรุปความต้องการความช่วยเหลือด้านต่างๆเพื่อบุคคลออทิสติก 1. ด้านการแพทย์ - เพิ่มจำนวนบุคลากรเฉพาะทางด้านออทิสติกให้ครอบคลุมทุกจังหวัด - เพิ่มอุปกรณ์การให้ความช่วยเหลือแก่สถานพยาบาล 2. ด้านการศึกษา - ให้ทุกโรงเรียนมีนโยบายที่ชัดเจนในการให้บุคคลออทิสติกเข้าเรียนร่วม - ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดแผนและแนวทางพัฒนาและเพิ่มจำนวนบุคลากรด้านการศึกษาพิเศษ - จัดสรรงบประมาณในการส่งเสริมการเรียนร่วมของบุคคลออทิสติกให้แก่โรงเรียนอย่างจริงจังให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ - เพิ่มโรงเรียนที่สามารถให้บุคคลออทิสติกเรียนร่วมให้มากขึ้น - การจัดการเรียนการสอนจะต้องมีการวางแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล - มีการจัดหลักสูตรเด็กปกติเอื้อต่อเด็กพิเศษ
- ส่งเสริมความสามารถและความถนัดเฉพาะทางของเด็ก ให้ได้รับการพัฒนาตามศักยภาพของแต่ละบุคคล เช่น ดนตรี ศิลปะ เป็นต้น - ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา - มีการช่วยจัดการเตรียมตัวเพื่อเข้าศึกษาในระดับสูงจากเดิม 3. ด้านการประสานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - จัดให้มีหน่วยงานประสานงานช่วยเหลือบุคคลออทิสติกอย่างเบ็ดเสร็จ 4. ด้านสังคม - ต้องการความยอมรับจากสังคม - บุคลากรทุกระดับมีเจตคติที่ดีและยอมรับในความเป็นเด็กพิเศษ และปลูกฝังเจตคติที่ดีให้แก่นักเรียนทุกคน 5. ด้านอาชีพ - ศูนย์ฝึกอาชีพเฉพาะทางสำหรับบุคคลออทิสติก ในกรณีที่บุคคลนั้นไม่สามารถพัฒนาความรู้ตามวัยได้ - มีองค์กร สนับสนุนด้านอาชีพให้แก่บุคคลออทิสติก 6. ด้านสวัสดิการจากรัฐ - ค่ารักษา และค่าบำบัด ฟรีตลอดชีพ - เงินสงเคราะห์รายเดือน 7. ผู้ปกครอง - ต้องการความรู้ด้านการดูแลบุตรหลานจากบุคลากรที่เกี่ยวข้อง - สร้างเจตคติที่ดีต่อครอบครัวและสังคมที่มีต่อเด็กออทิสติก

กิจกรรมครั้งที่ 2 เสวนาเรื่องประสบการณ์และเคล็ดลับการเลี้ยงดูลูกรักออทิสติก

สรุปองค์ความรู้จากการเสวนา

ประสบการณ์การเลี้ยงดูลูกรักออทิสติก เป็นการเล่าประสบการณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่งซึ่งเลี้ยงลูกชายออทิสติกมานาน 22 ปี ในวัยเด็กพบว่าลูกคนนี้มีพัฒนาการช้าและผิดแผกไปจากเด็กปกติอื่นๆทั่วไป เขาชอบอยู่คนเดียว ไม่สื่อภาษา ในช่วงนั้นครอบครัวต้องช่วยกันทุกวิถีทาง ด้วยวิธีการต่างๆนานาโดยแทบจะไม่ได้พึ่งพาความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์เลย เพราะแพทย์ในสมัยนั้นยังไม่มีความรู้ที่จะวินิจฉัย ไม่รู้จักโรคนี้ดีพอ จึงบอกไม่ได้ว่าเขาเป็นโรคอะไร เมื่อลูกต้องเข้าโรงเรียน ผู้ปกครองก็ต้องเข้าไปพูดคุยขอความช่วยเหลือจากครูเป็นการส่วนตัว เนื่องจากการเข้าเรียนจะเป็นสิ่งที่ยากมากในการจัดการเรียนให้กับเด็กออทิสติก แต่ก็ต้องพยายามให้ครูยอมรับเพื่อให้ลูกมีโอกาสทางสังคม สิ่งที่ครอบครัวนี้ได้ยึดถือปฏิบัติเสมอมาคือ 1. ต้องสอนให้ลูกทำทุกอย่างได้ด้วยตนเองดังเช่นเด็กปกติให้ได้มากที่สุด 2. พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี โดยเฉพาะพ่อซึ่งเป็นเพศเดียวกับลูก ต้องให้ลูกรับแบบอย่างที่ดีให้มากที่สุด 3. ครอบครัวต้องประหยัด มัธยัสถ์ ต้องทำงานหนักเพื่อให้มีรายได้สะสมไว้เป็นเงินทุนสำหรับลูกในอนาคตให้มากที่สุด ช่วงที่ถือว่าเป็นวิกฤติของครอบครัว คือช่วงที่ลูกจบชั้นมัธยม ต้องวางแผนการเรียนต่อว่าจะไปในแนวทางไหน การเลือกเรียนในสายวิชาชีพมีข้อที่กังวลมากก็คือไม่มั่นใจในสภาพแวดล้อม เพราะเด็กออทิสติกจะไม่ทันต่อเล่ห์เหลี่ยมของสังคม จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็มีปัญหาด้านการแข่งขันด้านการเรียน จึงจำยอมให้เรียนสายวิชาชีพ พยายามจนเรียนจบ ปวส. หลังจากนั้นก็เริ่มคิดอาชีพให้ลูก คุณแม่ต้องเสียสละยอมลาออกจากงานที่ทำมาเกือบ 30 ปี แม้ตำแหน่งการงานมีความก้าวหน้าเกือบสูงสุด แต่ต้องจำยอมเสียสละเพื่อทีจะเป็นแกนนำที่จะสร้างงานให้ลูกชาย การวางแผนงานว่าจะทำอาชีพอะไรที่เหมาะสมมีหลักว่า จะต้องทำในสิ่งที่เขาชอบ ลูกชายชอบและอยากทำ คือขายหนังสือ แม่ก็ต้องศึกษาหาลู่ทางในการประกอบอาชีพขายหนังสือโดยใช้เวลาศึกษาข้อมูลนานนับเดือนก็รู้แหล่งที่จะซื้อหนังสือที่จะได้ราคาถูก ในที่สุดก็เปิดร้านขายหนังสือเล็กๆได้ สรุปในขั้นตอนนี้ก็คือ การจัดหาอาชีพต้องคำนึงถึงสิ่งที่เขาชอบ ทำในสิ่งที่เขาอยากทำ โดยมีแม่ช่วยคิดวางแผน และเมื่อประกอบกิจการแล้วก็ต้องสอนวิธีการคิด กำไร ขาดทุน ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน ทุกอย่างที่ทำต้องให้เขาเห็นว่าทำแล้วได้อะไรบ้าง การขายหนังสืออย่างเดียวได้กำไรน้อยก็ต้องหาสิ่งของอื่นมาขายเพิ่มเติม ปัจจุบันก็มีการขายของอื่นร่วมกับการขายหนังสือด้วย
ในตอนท้าย คุณแม่ท่านนี้ยังมีความยินดีให้ผู้ปกครองที่สนใจไปเยี่ยมชมกิจการและให้ความช่วยเหลือตามความสามารถ

กลเม็ดเคล็ดลับ การฝึกกระตุ้นภาษาให้ลูกออทิสติก โดยคุณดวงมน วงศ์จันทร์แดง
ได้กล่าวถึงวิธีการ ฝึกกระตุ้นภาษาสำหรับเด็ก      ออทิสติก โดยในเบื้องต้นต้องปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การอยู่ไม่นิ่ง การไม่มองหน้า ไม่สบตา ไม่ฟังคำสั่งโดยฝึกให้เด็กสามารถนั่งทำกิจกรรมเป็นระยะเวลาตามที่กำหนด กระตุ้นให้เด็กมองหน้าสบตา เมื่อเด็กทำได้ก็ให้แรงเสริม เช่นให้ของที่ต้องการ ให้ทำสิ่งที่ต้องการ แล้วค่อยๆปรับเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมให้มากยิ่งขึ้น การกระตุ้นภาษามีการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ต้องการสลับซับซ้อน สามารถดัดแปลงของใช้ในบ้านเป็นสื่อในการสอนได้ เช่นภาพต่างๆจากหนังสือ การสอนเด็กออทิสติกมีลักษณะเช่นเดียวกับการสอนเด็กปกติ เพียงแต่การกระทำนั้นๆต้องเหมาะสมกับเด็กและต้องกระทำซ้ำๆเป็นเวลาบ่อยๆนานๆ บางเรื่องในเด็กปกติเห็นและสอนเพียงครั้งเดียวสอน ก็สามารถทำตามได้ แต่เด็กออทิสติกต้องสอนซ้ำๆ  ในบางครั้งการสอนเด็กออทิสติกดูเหมือนว่าเด็กจะไม่รับสิ่งที่สอน แต่เมื่อทำได้ระยะหนึ่ง เด็กก็จะสามารถทำในสิ่งที่สอนได้ทั้งหมด ดังนั้นการสอน การกระตุ้นควรต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และมิอาจคาดเดาว่าเด็กจะรับรู้มากน้อยเท่าไร อาจจะทำให้ผู้ปกครองหมดกำลังใจแต่ก็มีข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่เป็นความหวังเสมอคือ มีบ่อยครั้งที่เด็กเก็บสะสมสิ่งที่สอนไว้ แล้วมาแสดงออกภายหลัง การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันก็นำมาสอนได้เช่นกัน ได้แก่การสอนให้กวาดทำความสะอาดบ้านโดยการทำให้เขาเห็นเป็นตัวอย่าง สอนให้ซักผ้าโดยช่วยกันซักคนละชิ้นพร้อมๆกันเป็นต้น  การทำกิจกรรมหรือทำงานร่วมกัน จะทำให้เกิดทักษะการใช้ชีวิตจริงและได้พัฒนาภาษาควบคู่ไปด้วย

การซักถามจากผู้ปกครองและผู้เข้าร่วมเสวนา
1. ขอคำแนะนำการกระตุ้นกล้ามเนื้อมัดเล็ก คุณดวงใจ ก้อนใหม่ นักกิจกรรมบำบัด รพ.สงขลานครินทร์ ผู้เข้าร่วมเสวนาได้ให้คำแนะนำให้เล่นดินน้ำมัน การกระตุ้นการใช้มือ นิ้วโดยการใช้ของเล่นที่เป็นตัวต่อ ผู้ปกครองได้ถามถึงปัญหาการที่เด็กไม่ชอบกลิ่นของดินน้ำมันและไม่ยอมเล่น ได้มีผู้ปกครองท่านอื่นร่วมแนะนำคือการใช้แป้งโด ซึ่งสามารถทำได้เอง มีกลิ่นหอมและสามารถรับประทานได้โดยไม่เป็นอันตราย โดยมีทำจากแป้งสาลีผสมกับน้ำมันพืช นวดให้เข้ากัน อาจจะใส่สีผสมอาหารเพื่อให้มีความสวยงามและดึงดูดให้เด็กสนใจ 2. อยากทราบการเลือกของเล่นให้ลูก ควรเลือกของที่ก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ เช่น ของเล่นที่ก่อให้เกิดการเรียนรูปทรงต่างๆ สี ของเล่นที่กระตุ้นประสาทสัมผัส 3. อยากทราบกิจกรรมที่ส่งเสริมประสาทสัมผัสและการทรงตัว ให้เด็กพาดตัวบนลูกบอลขนาดใหญ่และขยับกลิ้งไปมา การเดินด้วยมือโดยผู้สอนจับยกเท้าเด็กขึ้น การนั่งชิงช้า ไกวเปล

กิจกรรมครั้งที่  3 สัมมนาเรื่องการจัดการศึกษาและความก้าวหน้าในการดูแลรักษาเด็กออทิสติก

สรุปความรู้จากการสัมมนา แนวทางการจัดการศึกษาให้แก่เด็กออทิสติกในปัจจุบัน
โดย  อาจารย์ จำเป็น  สังข์มุสิกานนท์ และ ดร. นิรัชรินทร์ ชำนาญกิจ ช่วงที่ 1 นำเสนอด้วย วิดีทัศน์ เรื่องเกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของเด็กออทิสติก ที่มีการพัฒนาด้านภาษา สังคม การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กล่าช้ากว่าเด็กปกติ แต่อาจจะมีความสามารถพิเศษเกินกว่าเด็กปกติ เช่น เด็กบางคนอาจจะวาดภาพได้เก่งมาก  สาเหตุของโรคยังไม่แน่ชัด แต่พบว่ามีความผิดปกติของสมองบางส่วนที่ทำให้การทำงานผิดปกติไป การวินิจฉัยจะต้องแยกจากภาวะอื่นๆ เช่น การบกพร่องด้านปัญญา ความผิดปกติของสมองอื่นๆ การให้การรักษาจะต้องร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งทางการแพทย์ ทางการศึกษา สังคม และครอบครัว แนวทางการจัดการศึกษาการดำเนินงานพัฒนานักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ 2546-2555 1. ลักษณะการจัดการศึกษาในอนาคต  มีโอกาสเรียนร่วมกับเด็กปกติ มีสิทธิเสมอภาคเท่าเทียมเด็กปกติ 2. เป้าหมายการจัดการศึกษา ให้เด็กมีการพัฒนาทางด้านร่างกาย สังคม และสติปัญญา 3. จัดให้มีการพัฒนาครูและบุคคลากรให้มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนเด็กกลุ่มพิเศษ 4. บทบาทของชุมชน จะมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน 5. ให้ผู้ปกครองมีบทบาทในการจัดการเรียนการสอน 6. การปรับแนวคิดแนวปฏิบัติของการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับปัญหามากขึ้น จัดการศึกษาให้เด็กพิเศษได้เรียนกับเด็กปกติ

f:wink]ลักษณะ  7 ประการที่ครูและผู้ปกครองควรมี 1. เชื่อว่า เด็กต้องเก่ง เด็กออทิสติกจะมีความสามารถพิเศษ ดังนั้นผู้ปกครอง ครู ต้องค้นหา 2. เชื่อว่า เด็กต้องทำได้ ในระดับหนึ่ง 3. เชื่อว่า เด็ก ต้องอยู่ได้ในสังคม 4. สร้างทักษะ ให้เด็กต้องทำได้ด้วยตนเอง 5. สร้างทักษะ ให้เด็กมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น 6. สร้างทักษะ ให้เด็กมีกาลเทศะ มีทักษะทางสังคม 7. สร้างทักษะ ให้เด็กมีโอกาสตัดสินใจในการทำสิ่งต่างๆ

เป้าหมายในการวางแผนการช่วยเหลือเด็กออทิสติก ระยะสั้น 1. รับผิดชอบกิจวัตรประจำวัน 2. มีการทบทวนการเรียนรู้ในแต่ละวัน 3. ให้ออกกำลังกาย เล่น ผ่อนคลาย เพราะจะทำให้มีการพัฒนากล้ามเนื้อต่างๆ อาจจะพัฒนาด้านกีฬา 4. ให้มีทักษะทางสังคม มีการพบปะเพื่อนทุกวัน ระยะกลาง (เข้า ป. 1) 1. สามารถทำกิจวัตร ประจำวันด้วยตนเอง 2. ผลการเรียนให้อยู่ในระดับความสามารถของเด็ก ต้องมีการประสานกันของผู้ปกครองและครู 3. สามารถเขียนตัวหนังสือให้อ่านออกได้ 4. ให้เล่นเกมส์ที่มีกติกาง่ายๆ ระยะยาว 1. ให้เด็กสามารถพึ่งตนเองได้ 2. ให้เด็กได้รับการศึกษาสูงสุดตามศักยภาพของแต่ละคน 3. ให้เด็กมีความภูมิใจในตัวเอง มี 4. ให้เด็กมีเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ 5. มีอาชีพ และอยู่ได้ในสังคมด้วยตนเอง
เทคนิคการสอนเด็กออทิสติก 1. ฝึกอย่างสม่ำเสมอ 2. มีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องสอน 3. ตัดตอนกิจกรรมให้มีขั้นตอนที่ง่าย ไม่ซับซ้อน 4. มีการฝึกซ้ำๆ 5. ใช้วิธีนุ่มนวลในการสอน 6. ช่วยเหลือในบางครั้ง 7. มีวิธีการใหม่ๆ ให้มีการเรียนรู้แล้วสนุก ช่วงที่ 2 นำเสนอให้เห็นภาพรวมของผู้เข้าร่วมการสัมมนา ซึ่งมีความหลากหลาย ได้แก่ กลุ่มครูอาจารย์จากโรงเรียนต่างๆ  บุคคลากรของสถานีอนามัย หน่วยกระตุ้นพัฒนาการของโรงพยาบาล  ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา สงขลา ยะลา และกลุ่มผู้ปกครอง ซึ่งทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือเด็กออทิสติก ยุทธศาสตร์การและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลออทิสติกแบบบูรณาการ 1. การส่งเสริมความตระหนักรู้และเจตคติที่สร้างสรรค์ของสังคมต่อบุคคลออทิสติกและครอบครัว 2. การส่งเสริมและพัฒนาบุคคลากรสหวิชาชีพในการปฏิบัติงานด้านบุคคลออทิสติก 3. การประกันโอกาสและคุณภาพการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติกทุกระดับอาการ 4. การส่งเสริมสุขภาพและหลักประกันสุขภาพสำหรับบุคคลออทิสติกทุกระดับอาการ 5. การจัดสวัสดิการครบวงจรสำหรับบุคคลออทิสติกทุกระดับอาการ 6. การส่งเสริมอาชีพบุคคลออทิสติกและครอบครัว 7. การส่งเสริมความเข้มแข็งครอบครัวและการรวมกลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติก 8. การบริหารงานอย่างบูรณาการ

การสอนที่ใช้กับเด็กออทิสติกในปัจจุบัน วิธี TEACCH ( Treatment and Education of Autistic and Related Communication Handicapped Children ) คือ การสอนที่เน้นการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีขั้นตอนที่ง่าย ไม่ซับซ้อน วัตถุประสงค์ : เพื่อให้เด็กสามารถดำรงชีพได้เป็นอิสระ ไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น และให้ครอบครัวได้เข้าใจ

กระบวนการช่วยเหลือเด็กด้วยวิธีนี้ หลักการการสอนแบบ TEACCH 1. จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และสอนเป็นขั้นตอนแบบง่ายๆ • ห้องเรียน พอเหมาะ ไม่กว้างและไม่แคบจนเกินไป  ประตู หน้าต่างมากจะทำให้สมาธิของเด็กเสียไป  จัดให้เด็กอยู่ในที่ที่ไม่ใกล้ประตูเกินไป • เสียงรบกวนต่างๆจะทำให้เด็กเสียสมาธิเช่นกัน • จัดสถานที่ แบ่งให้ชัดเจนในการทำกิจกรรม เช่น มุมศิลปะ อ่านหนังสือ โดยอาจจะใช้สีแบ่งให้เห็นชัดเจน มีเครื่องหมายชัดเจน • อุปกรณ์วางไว้ในที่หยิบใช้ง่าย 2. การจัดเวลา มีการจัดตารางกิจกรรมที่ชัดเจนว่า จะต้องทำอะไรเวลาเท่าไร โดยอาจจะใช้รูปภาพสื่อสารจะทำให้เด็ก    ออทิสติกเข้าใจอะไรได้มากขึ้น ได้แสดงตัวอย่างการจัดตารางกิจกรรม โดยใช้รูปภาพแทนเวลาและกิจกรรมที่ต้องทำ 3. การทำกิจกรรมจะต้องมีขั้นตอนอย่างละเอียด เช่น จะต้องทำอะไรบ้าง และแต่ละกิจกรรม มีขั้นตอนอย่างไร?

การวางแผนการจัดการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติก โดยอาจารย์สมศักดิ์ ชัยมณี อาจารย์ศรีจิตต์ ขวัญแก้ว และอาจารย์จำเป็น  สังข์มุสิกานนท์ เมื่อรับเด็กเข้ารับการศึกษาในศูนย์การศึกษาพิเศษ จะมีการทำแผนการจัดการศึกษารายบุคคล และมีการประเมินผล ถ้าเด็กมีความพร้อมก็จะส่งเด็กเข้าเรียนร่วมในสถานศึกษาที่มีความพร้อม แต่มีปัญหาคือความสามารถในการดูแลเด็กพิเศษกลุ่มพิเศษนี้ ปัจจุบันโรงเรียนจะได้รับเงินสนับสนุนสำหรับสื่อและสิ่งสนับสนุนด้านการเรียนการสอนปีละ 2,000 บาท สำหรับเด็กที่มีการทำแผนการสอนรายบุคคล การขอรับทุนสนับสนุนนี้ให้ทางโรงเรียนประสานงานไปยังศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษานั้นๆ นอกจากนี้ยังมีงบประมาณกองทุนเพื่อการศึกษาคนพิการ ที่จะสนับสนุนการเรียนการสอนอีกแหล่งหนึ่งด้วย
การจัดการเรียนการสอนของศูนย์การศึกษาพิเศษ จะเน้นการเตรียมความพร้อมให้แก่กลุ่มเด็กพิเศษ จะไม่มีเด็กปกติเข้าเรียนร่วม ซึ่งจะเหมาะกับเด็กที่ยังไม่มีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในชั้นเรียนปกติ การจัดการเรียนแบบคู่ขนาน คือ การจัดห้องเรียนพิเศษในโรงเรียนปกติ โดยที่เด็กออทิสติกจะได้เรียนรู้ทักษะด้านสังคมกับนักเรียนปกติในชั้นเรียนปกติ และเรียนด้านวิชาการในชั้นเรียนพิเศษ โดยสามารถหาข้อมูลโรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาแบบพิเศษนี้ได้ที่  web site : www.obec.go.th
แนวทางการจัดการศึกษา สำหรับเด็กออทิสติกของโรงเรียนต่างๆ  จะประสบผลสำเร็จเมื่อมีนโยบายของผู้บริหารที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้มีการพัฒนาบุคคลากร และมีการวางแผนการจัดการศึกษาที่ชัดเจน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการประกอบอาชีพของโรงเรียนสงขลาพัฒนาปัญญา ทีทำอยู่และเป็นแนวทางที่น่าจะนำไปปฏิบัติได้ คือการปลูกผัก และนำไปขาย ทำให้เด็กได้เรียนรู้วิชาชีพ รู้ทักษะทางสังคม เรียนรู้การซื้อขาย ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากชีวิตจริงที่มีประโยชน์มาก

ปัญหาและอุปสรรคในการให้บริการของหน่วยงานต่างๆ เมื่อเด็กเข้ารับบริการ ทางศูนย์ฯจะสังเกตและประเมินเด็กก่อน อาจจะส่งพบแพทย์เพื่อให้การวินิจฉัย เมื่อประเมินเด็กแล้ว ก็จะมีการเขียนแผนการสอนรายบุคคลให้แก่เด็กคนนั้น ทางศูนย์มีการบริการแบบ เช้าไปเย็นกลับ ปัญหาคือ ในรายที่ผู้ปกครองที่อยู่ไกล จะเดินทางมารับบริการลำบาก ก็จะจัดทำแผนการสอน  และจะเน้นการเสริมสร้างความรู้ให้แก่ผู้ปกครองสอนเด็กมากขึ้น
การจัดการเรียนร่วม ยังมีโรงเรียนที่จัดการเรียนร่วมน้อย ไม่เพียงพอต่อปริมาณเด็ก จึงควรมีการส่งเสริมและมีการจัดสรรงบประมาณส่งเสริมให้โรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาให้เด็กออทิสติกมากขึ้น
มีปัญหาด้านจำนวนบุคคลากรไม่เพียงพอ  และบุคลากรยังขาดความรู้ความเข้าใจ จึงควรมีการวางนโยบายด้านการจัดการศึกษาจากทางรัฐบาลที่ชัดเจน และปัจจุบันก็เริ่มมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

ความก้าวหน้าในการดูแลรักษาเด็กออทิสติก
โดยนายแพทย์ดุสิต ลิขนะพิชิตกุล  โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์
ความเป็นมาในระยะแรก ค้นพบครั้งแรก ในปี 1943  โดย นพ. ลีโอ แคนเนอร์  สหรัฐอเมริกา  เชื่อว่าเป็น ปัญหาทางจิตชนิดหนึ่ง และเกิดจากการเลี้ยงดูที่เย็นชา ความก้าวหน้าในปัจจุบัน พบว่าเป็นโรคทางพัฒนาการ ยังไม่พบสาเหตุ  แต่พบว่า การเลี้ยงดูไม่ได้เป็นสาเหตุ มีหลายรายดีขึ้นจนใช้ชีวิตร่วมกับคนปกติได้ อาการสำคัญ มีปัญหาในพฤติกรรมทางสังคม พฤติกรรมทางการสื่อสาร และมีปัญหาในพฤติกรรมซ้ำซาก พัฒนาการทางสังคม ไม่สบตา ไม่สวมกอด ไม่ยิ้มหัว กลัวในสิ่งไม่ควรกลัว ไม่กลัวในสิ่งควรกลัว  ฯลฯ การสื่อสาร ไม่พูด พูดผิดไวยากรณ์ พูดภาษาตัวเอง ไม่ใช้ภาษาท่าทาง ไม่สบตา  ฯลฯพฤติกรรมซ้ำซาก กินอาหารซ้ำซาก เดินทางซ้ำซาก เล่นซ้ำ ๆ  ฯลฯ ขาดจินตนาการ เล่นสมมติไม่เป็น ไม่ชอบนิทาน ไม่เข้าใจเรื่องที่เป็นนามธรรม เลียนแบบไม่ได้ ฯลฯ การรักษา 1. การรักษาทางยา 2. การปรับพฤติกรรม 3. การศึกษาพิเศษ

การกระตุ้นพัฒนาการ และการปรับพฤติกรรมสำหรับผู้ปกครอง หลักพัฒนาการ มีลักษณะเป็นองค์รวม เกิดขึ้นเมื่อสมองเกิดความพร้อม มีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน
มีความเร็วต่างกันในแต่ละคน พัฒนาการของเด็กออทิสติก 1. พัฒนาการด้านสังคม : ขาดอารมณ์ ผูกพันต่อผู้อื่น 2. พัฒนาการทางการสื่อสาร : ขาดความเข้าใจภาษา ข

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว