สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

กิจกรรมครั้งที่ 3 สัมมนาเรื่องการจัดการศึกษาและความก้าวหน้าในการดูแลรักษาเด็กออทิสติก

photo  , 600x450 pixel , 61,954 bytes.

กิจกรรมครั้งที่ 3 สัมมนาเรื่องการจัดการศึกษาและความก้าวหน้าในการดูแลรักษาเด็กออทิสติก

สรุปความรู้จากการสัมมนา แนวทางการจัดการศึกษาให้แก่เด็กออทิสติกในปัจจุบัน
โดย อาจารย์ จำเป็น สังข์มุสิกานนท์ และ ดร. นิรัชรินทร์ ชำนาญกิจ ช่วงที่ 1 นำเสนอด้วย วิดีทัศน์ เรื่องเกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของเด็กออทิสติก ที่มีการพัฒนาด้านภาษา สังคม การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กล่าช้ากว่าเด็กปกติ แต่อาจจะมีความสามารถพิเศษเกินกว่าเด็กปกติ เช่น เด็กบางคนอาจจะวาดภาพได้เก่งมาก สาเหตุของโรคยังไม่แน่ชัด แต่พบว่ามีความผิดปกติของสมองบางส่วนที่ทำให้การทำงานผิดปกติไป การวินิจฉัยจะต้องแยกจากภาวะอื่นๆ เช่น การบกพร่องด้านปัญญา ความผิดปกติของสมองอื่นๆ การให้การรักษาจะต้องร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งทางการแพทย์ ทางการศึกษา สังคม และครอบครัว แนวทางการจัดการศึกษาการดำเนินงานพัฒนานักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ 2546-2555 1. ลักษณะการจัดการศึกษาในอนาคต มีโอกาสเรียนร่วมกับเด็กปกติ มีสิทธิเสมอภาคเท่าเทียมเด็กปกติ 2. เป้าหมายการจัดการศึกษา ให้เด็กมีการพัฒนาทางด้านร่างกาย สังคม และสติปัญญา 3. จัดให้มีการพัฒนาครูและบุคคลากรให้มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนเด็กกลุ่มพิเศษ 4. บทบาทของชุมชน จะมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน 5. ให้ผู้ปกครองมีบทบาทในการจัดการเรียนการสอน 6. การปรับแนวคิดแนวปฏิบัติของการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับปัญหามากขึ้น จัดการศึกษาให้เด็กพิเศษได้เรียนกับเด็กปกติ

f:wink]ลักษณะ 7 ประการที่ครูและผู้ปกครองควรมี 1. เชื่อว่า เด็กต้องเก่ง เด็กออทิสติกจะมีความสามารถพิเศษ ดังนั้นผู้ปกครอง ครู ต้องค้นหา 2. เชื่อว่า เด็กต้องทำได้ ในระดับหนึ่ง 3. เชื่อว่า เด็ก ต้องอยู่ได้ในสังคม 4. สร้างทักษะ ให้เด็กต้องทำได้ด้วยตนเอง 5. สร้างทักษะ ให้เด็กมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น 6. สร้างทักษะ ให้เด็กมีกาลเทศะ มีทักษะทางสังคม 7. สร้างทักษะ ให้เด็กมีโอกาสตัดสินใจในการทำสิ่งต่างๆ

เป้าหมายในการวางแผนการช่วยเหลือเด็กออทิสติก ระยะสั้น 1. รับผิดชอบกิจวัตรประจำวัน 2. มีการทบทวนการเรียนรู้ในแต่ละวัน 3. ให้ออกกำลังกาย เล่น ผ่อนคลาย เพราะจะทำให้มีการพัฒนากล้ามเนื้อต่างๆ อาจจะพัฒนาด้านกีฬา 4. ให้มีทักษะทางสังคม มีการพบปะเพื่อนทุกวัน ระยะกลาง (เข้า ป. 1) 1. สามารถทำกิจวัตร ประจำวันด้วยตนเอง 2. ผลการเรียนให้อยู่ในระดับความสามารถของเด็ก ต้องมีการประสานกันของผู้ปกครองและครู 3. สามารถเขียนตัวหนังสือให้อ่านออกได้ 4. ให้เล่นเกมส์ที่มีกติกาง่ายๆ ระยะยาว 1. ให้เด็กสามารถพึ่งตนเองได้ 2. ให้เด็กได้รับการศึกษาสูงสุดตามศักยภาพของแต่ละคน 3. ให้เด็กมีความภูมิใจในตัวเอง มี 4. ให้เด็กมีเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ 5. มีอาชีพ และอยู่ได้ในสังคมด้วยตนเอง

เทคนิคการสอนเด็กออทิสติก 1. ฝึกอย่างสม่ำเสมอ 2. มีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องสอน 3. ตัดตอนกิจกรรมให้มีขั้นตอนที่ง่าย ไม่ซับซ้อน 4. มีการฝึกซ้ำๆ 5. ใช้วิธีนุ่มนวลในการสอน 6. ช่วยเหลือในบางครั้ง 7. มีวิธีการใหม่ๆ ให้มีการเรียนรู้แล้วสนุก ช่วงที่ 2 นำเสนอให้เห็นภาพรวมของผู้เข้าร่วมการสัมมนา ซึ่งมีความหลากหลาย ได้แก่ กลุ่มครูอาจารย์จากโรงเรียนต่างๆ บุคคลากรของสถานีอนามัย หน่วยกระตุ้นพัฒนาการของโรงพยาบาล ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา สงขลา ยะลา และกลุ่มผู้ปกครอง ซึ่งทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือเด็กออทิสติก ยุทธศาสตร์การและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลออทิสติกแบบบูรณาการ 1. การส่งเสริมความตระหนักรู้และเจตคติที่สร้างสรรค์ของสังคมต่อบุคคลออทิสติกและครอบครัว 2. การส่งเสริมและพัฒนาบุคคลากรสหวิชาชีพในการปฏิบัติงานด้านบุคคลออทิสติก 3. การประกันโอกาสและคุณภาพการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติกทุกระดับอาการ 4. การส่งเสริมสุขภาพและหลักประกันสุขภาพสำหรับบุคคลออทิสติกทุกระดับอาการ 5. การจัดสวัสดิการครบวงจรสำหรับบุคคลออทิสติกทุกระดับอาการ 6. การส่งเสริมอาชีพบุคคลออทิสติกและครอบครัว 7. การส่งเสริมความเข้มแข็งครอบครัวและการรวมกลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติก 8. การบริหารงานอย่างบูรณาการ

การสอนที่ใช้กับเด็กออทิสติกในปัจจุบัน วิธี TEACCH ( Treatment and Education of Autistic and Related Communication Handicapped Children ) คือ การสอนที่เน้นการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีขั้นตอนที่ง่าย ไม่ซับซ้อน วัตถุประสงค์ : เพื่อให้เด็กสามารถดำรงชีพได้เป็นอิสระ ไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น และให้ครอบครัวได้เข้าใจ

กระบวนการช่วยเหลือเด็กด้วยวิธีนี้ หลักการการสอนแบบ TEACCH 1. จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และสอนเป็นขั้นตอนแบบง่ายๆ • ห้องเรียน พอเหมาะ ไม่กว้างและไม่แคบจนเกินไป ประตู หน้าต่างมากจะทำให้สมาธิของเด็กเสียไป จัดให้เด็กอยู่ในที่ที่ไม่ใกล้ประตูเกินไป • เสียงรบกวนต่างๆจะทำให้เด็กเสียสมาธิเช่นกัน • จัดสถานที่ แบ่งให้ชัดเจนในการทำกิจกรรม เช่น มุมศิลปะ อ่านหนังสือ โดยอาจจะใช้สีแบ่งให้เห็นชัดเจน มีเครื่องหมายชัดเจน • อุปกรณ์วางไว้ในที่หยิบใช้ง่าย 2. การจัดเวลา มีการจัดตารางกิจกรรมที่ชัดเจนว่า จะต้องทำอะไรเวลาเท่าไร โดยอาจจะใช้รูปภาพสื่อสารจะทำให้เด็ก ออทิสติกเข้าใจอะไรได้มากขึ้น ได้แสดงตัวอย่างการจัดตารางกิจกรรม โดยใช้รูปภาพแทนเวลาและกิจกรรมที่ต้องทำ 3. การทำกิจกรรมจะต้องมีขั้นตอนอย่างละเอียด เช่น จะต้องทำอะไรบ้าง และแต่ละกิจกรรม มีขั้นตอนอย่างไร?

การวางแผนการจัดการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติก
โดยอาจารย์สมศักดิ์ ชัยมณี อาจารย์ศรีจิตต์ ขวัญแก้ว และอาจารย์จำเป็น สังข์มุสิกานนท์ เมื่อรับเด็กเข้ารับการศึกษาในศูนย์การศึกษาพิเศษ จะมีการทำแผนการจัดการศึกษารายบุคคล และมีการประเมินผล ถ้าเด็กมีความพร้อมก็จะส่งเด็กเข้าเรียนร่วมในสถานศึกษาที่มีความพร้อม แต่มีปัญหาคือความสามารถในการดูแลเด็กพิเศษกลุ่มพิเศษนี้ ปัจจุบันโรงเรียนจะได้รับเงินสนับสนุนสำหรับสื่อและสิ่งสนับสนุนด้านการเรียนการสอนปีละ 2,000 บาท สำหรับเด็กที่มีการทำแผนการสอนรายบุคคล การขอรับทุนสนับสนุนนี้ให้ทางโรงเรียนประสานงานไปยังศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษานั้นๆ นอกจากนี้ยังมีงบประมาณกองทุนเพื่อการศึกษาคนพิการ ที่จะสนับสนุนการเรียนการสอนอีกแหล่งหนึ่งด้วย
การจัดการเรียนการสอนของศูนย์การศึกษาพิเศษ จะเน้นการเตรียมความพร้อมให้แก่กลุ่มเด็กพิเศษ จะไม่มีเด็กปกติเข้าเรียนร่วม ซึ่งจะเหมาะกับเด็กที่ยังไม่มีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในชั้นเรียนปกติ การจัดการเรียนแบบคู่ขนาน คือ การจัดห้องเรียนพิเศษในโรงเรียนปกติ โดยที่เด็กออทิสติกจะได้เรียนรู้ทักษะด้านสังคมกับนักเรียนปกติในชั้นเรียนปกติ และเรียนด้านวิชาการในชั้นเรียนพิเศษ โดยสามารถหาข้อมูลโรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาแบบพิเศษนี้ได้ที่ web site : www.obec.go.th
แนวทางการจัดการศึกษา สำหรับเด็กออทิสติกของโรงเรียนต่างๆ จะประสบผลสำเร็จเมื่อมีนโยบายของผู้บริหารที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้มีการพัฒนาบุคคลากร และมีการวางแผนการจัดการศึกษาที่ชัดเจน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการประกอบอาชีพของโรงเรียนสงขลาพัฒนาปัญญา ทีทำอยู่และเป็นแนวทางที่น่าจะนำไปปฏิบัติได้ คือการปลูกผัก และนำไปขาย ทำให้เด็กได้เรียนรู้วิชาชีพ รู้ทักษะทางสังคม เรียนรู้การซื้อขาย ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากชีวิตจริงที่มีประโยชน์มาก

ปัญหาและอุปสรรคในการให้บริการของหน่วยงานต่างๆ
เมื่อเด็กเข้ารับบริการ ทางศูนย์ฯจะสังเกตและประเมินเด็กก่อน อาจจะส่งพบแพทย์เพื่อให้การวินิจฉัย เมื่อประเมินเด็กแล้ว ก็จะมีการเขียนแผนการสอนรายบุคคลให้แก่เด็กคนนั้น ทางศูนย์มีการบริการแบบ เช้าไปเย็นกลับ ปัญหาคือ ในรายที่ผู้ปกครองที่อยู่ไกล จะเดินทางมารับบริการลำบาก ก็จะจัดทำแผนการสอน และจะเน้นการเสริมสร้างความรู้ให้แก่ผู้ปกครองสอนเด็กมากขึ้น
การจัดการเรียนร่วม ยังมีโรงเรียนที่จัดการเรียนร่วมน้อย ไม่เพียงพอต่อปริมาณเด็ก จึงควรมีการส่งเสริมและมีการจัดสรรงบประมาณส่งเสริมให้โรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาให้เด็กออทิสติกมากขึ้น
มีปัญหาด้านจำนวนบุคคลากรไม่เพียงพอ และบุคลากรยังขาดความรู้ความเข้าใจ จึงควรมีการวางนโยบายด้านการจัดการศึกษาจากทางรัฐบาลที่ชัดเจน และปัจจุบันก็เริ่มมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

ความก้าวหน้าในการดูแลรักษาเด็กออทิสติก
โดยนายแพทย์ดุสิต ลิขนะพิชิตกุล โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์
ความเป็นมาในระยะแรก ค้นพบครั้งแรก ในปี 1943 โดย นพ. ลีโอ แคนเนอร์ สหรัฐอเมริกา เชื่อว่าเป็น ปัญหาทางจิตชนิดหนึ่ง และเกิดจากการเลี้ยงดูที่เย็นชา ความก้าวหน้าในปัจจุบัน พบว่าเป็นโรคทางพัฒนาการ ยังไม่พบสาเหตุ แต่พบว่า การเลี้ยงดูไม่ได้เป็นสาเหตุ มีหลายรายดีขึ้นจนใช้ชีวิตร่วมกับคนปกติได้ อาการสำคัญ มีปัญหาในพฤติกรรมทางสังคม พฤติกรรมทางการสื่อสาร และมีปัญหาในพฤติกรรมซ้ำซาก พัฒนาการทางสังคม ไม่สบตา ไม่สวมกอด ไม่ยิ้มหัว กลัวในสิ่งไม่ควรกลัว ไม่กลัวในสิ่งควรกลัว ฯลฯ การสื่อสาร ไม่พูด พูดผิดไวยากรณ์ พูดภาษาตัวเอง ไม่ใช้ภาษาท่าทาง ไม่สบตา ฯลฯพฤติกรรมซ้ำซาก กินอาหารซ้ำซาก เดินทางซ้ำซาก เล่นซ้ำ ๆ ฯลฯ ขาดจินตนาการ เล่นสมมติไม่เป็น ไม่ชอบนิทาน ไม่เข้าใจเรื่องที่เป็นนามธรรม เลียนแบบไม่ได้ ฯลฯ การรักษา 1. การรักษาทางยา 2. การปรับพฤติกรรม 3. การศึกษาพิเศษ

การกระตุ้นพัฒนาการ และการปรับพฤติกรรมสำหรับผู้ปกครอง หลักพัฒนาการ มีลักษณะเป็นองค์รวม เกิดขึ้นเมื่อสมองเกิดความพร้อม มีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน
มีความเร็วต่างกันในแต่ละคน พัฒนาการของเด็กออทิสติก 1. พัฒนาการด้านสังคม : ขาดอารมณ์ ผูกพันต่อผู้อื่น 2. พัฒนาการทางการสื่อสาร : ขาดความเข้าใจภาษา ขาดความสามารถในการสื่อ พูดไม่ได้ 3. พัฒนาการทางการเรียนรู้ : ขาดกลไกการเรียนรู้ที่จำเป็น เช่น ขาดการคิดวิเคราะห์ ขาดความเข้าใจภาษา ยึดติดกับประสบการณ์เก่า
การปรับพฤติกรรม : หัวใจสำคัญ
1. ทำบ่อยๆมาก ๆ
2. ทำให้สนุกสนาน น่าสนใจ 3. ใช้คนสอน ไม่ให้อยู่กับสื่อหรือเครื่องมือตามลำพัง พัฒนาการของเด็กออทิสติกที่แตกต่างจากเด็กปกติ 1. พัฒนาการแบบขั้นบันได พัฒนาการไม่เสมอกัน จะมีการหยุดชะงักเป็นช่วงๆ 2. การเรียนรู้ของเด็กออทิสติก
ความสามารถที่เคยทำได้ บางทีก็หายไป บางทีก็กลับมา ขาดการจัดระบบข้อมูล เรียนรู้ด้วยภาพ

ยึดติดกับประสบการณ์เก่า ไม่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเอง ขาดการเชื่อมโยงภาษาชั้นนอกกับชั้นใน ตัวอย่างปัญหา เด็กพูดว่า ฝนจะตกแล้ว เมื่อต้องการเข้าบ้าน เด็กถาม อะไร ทุกครั้งที่เจอคน เด็กเข้าไปกอดรัดเพื่อน ๆ อย่างแรงโดยไม่ตั้งใจทำร้าย เด็กขยี้ผมครู เมื่อพอใจ เด็กกลัวรถสิบล้อที่จอดอยู่ ไม่กล้าเข้าใกล้ เด็กไม่กล้าลงบันได

ตัวอย่างปัญหา ทุกครั้งที่แม่ถามอิ่มมั๊ย จะตอบว่าอิ่มแล้ว โดยไม่รู้ว่าอิ่มจริงหรือเปล่า และไม่เคยตอบเป็นคำอื่นอีกเลย ทุกครั้งที่เดินชนของ ต้องกลับมาเอามือแตะ เวลาขอของจะแบมือพร้อมยกมือไหว้ก่อนได้ของ ชอบเล่นน้ำ กดชักโครก ปิดเปิดก๊อก สวิทซ์ไฟ เปิดปิดทีวี วีดิโอเป็น เลือกเรื่องได้ แต่อย่างอื่นไม่รู้เรื่อง ดูวีดิโอเรื่องเก่าได้นาน ๆ

Relate topics

Comment #1
สวนสยาม (Not Member)
Posted @3 มี.ค. 51 20:40 ip : 124...7

ต้องการทราบวิธีรักษาหลานเปน็ 2คน(แฝด)

Comment #2
ออ (Not Member)
Posted @20 พ.ค. 51 20:47 ip : 118...69

ติดต่อได้ที่แผนกจิตรเวชเด็ก โรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่งต่อไปฝึกพูดและกิจกรรมบำบัด ต่อได้ในที่เดียวกัน

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว