สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

กิจกรรมครั้งที่ 2 เสวนาเรื่องประสบการณ์และเคล็ดลับการเลี้ยงดูลูกรักออทิสติก

photo  , 280x210 pixel , 44,771 bytes.

กิจกรรมครั้งที่ 2 เสวนาเรื่องประสบการณ์และเคล็ดลับการเลี้ยงดูลูกรักออทิสติก

สรุปองค์ความรู้จากการเสวนา

ประสบการณ์การเลี้ยงดูลูกรักออทิสติก เป็นการเล่าประสบการณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่งซึ่งเลี้ยงลูกชายออทิสติกมานาน 22 ปี ในวัยเด็กพบว่าลูกคนนี้มีพัฒนาการช้าและผิดแผกไปจากเด็กปกติอื่นๆทั่วไป เขาชอบอยู่คนเดียว ไม่สื่อภาษา ในช่วงนั้นครอบครัวต้องช่วยกันทุกวิถีทาง ด้วยวิธีการต่างๆนานาโดยแทบจะไม่ได้พึ่งพาความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์เลย เพราะแพทย์ในสมัยนั้นยังไม่มีความรู้ที่จะวินิจฉัย ไม่รู้จักโรคนี้ดีพอ จึงบอกไม่ได้ว่าเขาเป็นโรคอะไร เมื่อลูกต้องเข้าโรงเรียน ผู้ปกครองก็ต้องเข้าไปพูดคุยขอความช่วยเหลือจากครูเป็นการส่วนตัว เนื่องจากการเข้าเรียนจะเป็นสิ่งที่ยากมากในการจัดการเรียนให้กับเด็กออทิสติก แต่ก็ต้องพยายามให้ครูยอมรับเพื่อให้ลูกมีโอกาสทางสังคม สิ่งที่ครอบครัวนี้ได้ยึดถือปฏิบัติเสมอมาคือ 1. ต้องสอนให้ลูกทำทุกอย่างได้ด้วยตนเองดังเช่นเด็กปกติให้ได้มากที่สุด 2. พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี โดยเฉพาะพ่อซึ่งเป็นเพศเดียวกับลูก ต้องให้ลูกรับแบบอย่างที่ดีให้มากที่สุด 3. ครอบครัวต้องประหยัด มัธยัสถ์ ต้องทำงานหนักเพื่อให้มีรายได้สะสมไว้เป็นเงินทุนสำหรับลูกในอนาคตให้มากที่สุด ช่วงที่ถือว่าเป็นวิกฤติของครอบครัว คือช่วงที่ลูกจบชั้นมัธยม ต้องวางแผนการเรียนต่อว่าจะไปในแนวทางไหน การเลือกเรียนในสายวิชาชีพมีข้อที่กังวลมากก็คือไม่มั่นใจในสภาพแวดล้อม เพราะเด็กออทิสติกจะไม่ทันต่อเล่ห์เหลี่ยมของสังคม จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็มีปัญหาด้านการแข่งขันด้านการเรียน จึงจำยอมให้เรียนสายวิชาชีพ พยายามจนเรียนจบ ปวส. หลังจากนั้นก็เริ่มคิดอาชีพให้ลูก คุณแม่ต้องเสียสละยอมลาออกจากงานที่ทำมาเกือบ 30 ปี แม้ตำแหน่งการงานมีความก้าวหน้าเกือบสูงสุด แต่ต้องจำยอมเสียสละเพื่อทีจะเป็นแกนนำที่จะสร้างงานให้ลูกชาย การวางแผนงานว่าจะทำอาชีพอะไรที่เหมาะสมมีหลักว่า จะต้องทำในสิ่งที่เขาชอบ ลูกชายชอบและอยากทำ คือขายหนังสือ แม่ก็ต้องศึกษาหาลู่ทางในการประกอบอาชีพขายหนังสือโดยใช้เวลาศึกษาข้อมูลนานนับเดือนก็รู้แหล่งที่จะซื้อหนังสือที่จะได้ราคาถูก ในที่สุดก็เปิดร้านขายหนังสือเล็กๆได้ สรุปในขั้นตอนนี้ก็คือ การจัดหาอาชีพต้องคำนึงถึงสิ่งที่เขาชอบ ทำในสิ่งที่เขาอยากทำ โดยมีแม่ช่วยคิดวางแผน และเมื่อประกอบกิจการแล้วก็ต้องสอนวิธีการคิด กำไร ขาดทุน ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน ทุกอย่างที่ทำต้องให้เขาเห็นว่าทำแล้วได้อะไรบ้าง การขายหนังสืออย่างเดียวได้กำไรน้อยก็ต้องหาสิ่งของอื่นมาขายเพิ่มเติม ปัจจุบันก็มีการขายของอื่นร่วมกับการขายหนังสือด้วย
ในตอนท้าย คุณแม่ท่านนี้ยังมีความยินดีให้ผู้ปกครองที่สนใจไปเยี่ยมชมกิจการและให้ความช่วยเหลือตามความสามารถ

กลเม็ดเคล็ดลับ การฝึกกระตุ้นภาษาให้ลูกออทิสติก โดยคุณดวงมน วงศ์จันทร์แดง
ได้กล่าวถึงวิธีการ ฝึกกระตุ้นภาษาสำหรับเด็ก ออทิสติก โดยในเบื้องต้นต้องปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การอยู่ไม่นิ่ง การไม่มองหน้า ไม่สบตา ไม่ฟังคำสั่งโดยฝึกให้เด็กสามารถนั่งทำกิจกรรมเป็นระยะเวลาตามที่กำหนด กระตุ้นให้เด็กมองหน้าสบตา เมื่อเด็กทำได้ก็ให้แรงเสริม เช่นให้ของที่ต้องการ ให้ทำสิ่งที่ต้องการ แล้วค่อยๆปรับเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมให้มากยิ่งขึ้น การกระตุ้นภาษามีการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ต้องการสลับซับซ้อน สามารถดัดแปลงของใช้ในบ้านเป็นสื่อในการสอนได้ เช่นภาพต่างๆจากหนังสือ การสอนเด็กออทิสติกมีลักษณะเช่นเดียวกับการสอนเด็กปกติ เพียงแต่การกระทำนั้นๆต้องเหมาะสมกับเด็กและต้องกระทำซ้ำๆเป็นเวลาบ่อยๆนานๆ บางเรื่องในเด็กปกติเห็นและสอนเพียงครั้งเดียวสอน ก็สามารถทำตามได้ แต่เด็กออทิสติกต้องสอนซ้ำๆ ในบางครั้งการสอนเด็กออทิสติกดูเหมือนว่าเด็กจะไม่รับสิ่งที่สอน แต่เมื่อทำได้ระยะหนึ่ง เด็กก็จะสามารถทำในสิ่งที่สอนได้ทั้งหมด ดังนั้นการสอน การกระตุ้นควรต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และมิอาจคาดเดาว่าเด็กจะรับรู้มากน้อยเท่าไร อาจจะทำให้ผู้ปกครองหมดกำลังใจแต่ก็มีข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่เป็นความหวังเสมอคือ มีบ่อยครั้งที่เด็กเก็บสะสมสิ่งที่สอนไว้ แล้วมาแสดงออกภายหลัง การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันก็นำมาสอนได้เช่นกัน ได้แก่การสอนให้กวาดทำความสะอาดบ้านโดยการทำให้เขาเห็นเป็นตัวอย่าง สอนให้ซักผ้าโดยช่วยกันซักคนละชิ้นพร้อมๆกันเป็นต้น การทำกิจกรรมหรือทำงานร่วมกัน จะทำให้เกิดทักษะการใช้ชีวิตจริงและได้พัฒนาภาษาควบคู่ไปด้วย

การซักถามจากผู้ปกครองและผู้เข้าร่วมเสวนา
1. ขอคำแนะนำการกระตุ้นกล้ามเนื้อมัดเล็ก คุณดวงใจ ก้อนใหม่ นักกิจกรรมบำบัด รพ.สงขลานครินทร์ ผู้เข้าร่วมเสวนาได้ให้คำแนะนำให้เล่นดินน้ำมัน การกระตุ้นการใช้มือ นิ้วโดยการใช้ของเล่นที่เป็นตัวต่อ ผู้ปกครองได้ถามถึงปัญหาการที่เด็กไม่ชอบกลิ่นของดินน้ำมันและไม่ยอมเล่น ได้มีผู้ปกครองท่านอื่นร่วมแนะนำคือการใช้แป้งโด ซึ่งสามารถทำได้เอง มีกลิ่นหอมและสามารถรับประทานได้โดยไม่เป็นอันตราย โดยมีทำจากแป้งสาลีผสมกับน้ำมันพืช นวดให้เข้ากัน อาจจะใส่สีผสมอาหารเพื่อให้มีความสวยงามและดึงดูดให้เด็กสนใจ 2. อยากทราบการเลือกของเล่นให้ลูก ควรเลือกของที่ก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ เช่น ของเล่นที่ก่อให้เกิดการเรียนรูปทรงต่างๆ สี ของเล่นที่กระตุ้นประสาทสัมผัส 3. อยากทราบกิจกรรมที่ส่งเสริมประสาทสัมผัสและการทรงตัว ให้เด็กพาดตัวบนลูกบอลขนาดใหญ่และขยับกลิ้งไปมา การเดินด้วยมือโดยผู้สอนจับยกเท้าเด็กขึ้น การนั่งชิงช้า ไกวเปล

Relate topics

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว