พังในคาบสมุทรสทิงพระ
คำว่า พัง สระพัง กระพังหรือตระพัง เป็นคำที่ใช้เรียกที่เก็บน้ำ หรือแอ่งน้ำ ซึ่งในภาคใต้นั้นจะหมายถึงสระน้ำที่มนุษย์ขุดขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการอุปโภคบริโภค รวมไปถึงเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อ ซึ่งพังในประเภทหลังนี้โดยมากมักจะเป็นสระน้ำโบราณและมักจะอยู่ใกล้กับบริเวณที่เป็นศาสนสถานหรือเมืองโบราณเช่น พังพระ พังหลุง พังแขกชี พังหนุน พังชีล่าง (บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ) เป็นต้น
พูดถึงพังในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลานั้น นับว่ามีจำนวนมากมายจริงๆ พังแต่ละแห่งมีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันไป จากการสำรวจพบว่าพังส่วนใหญ่จะมีรูปร่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมมากกว่ารูปร่างอื่นๆ ส่วนประโยชน์ใช้สอยโดยทั่วไป ได้แก่ สำหรับเก็บน้ำเพื่อการเกษตรกรรม เป็นแหล่งหาสัตว์น้ำ บางแห่งถูกขุดให้เชื่อมต่อกับทางน้ำเก่าหรือคูเมืองโบราณเพื่อใช้เป็นทางผ่านออกสู่ทะเลหรืออาจใช้เป็นอู่ต่อเรือ หรือในบางแห่งเมื่อครั้งอดีตก็มีความใสสะอาดถึงขนาดที่จะใช้ดื่มกินได้ และอีกหลายๆ แห่งก็อาจใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา จนชาวบ้านในท้องถิ่นเชื่อถือกันว่าเป็นแหล่งน้ำหรือพังที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น
พังที่มีลักษณะทางความเชื่อหรือใช้เพื่อการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระนี้มีความน่าสนใจอยู่หลายแห่ง ซึ่งบางแห่งชาวบ้านเชื่อกันว่ามีวิญญาณหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบุคคลที่เป็นมเหสักข์หรือเทวดาชั้นผู้ใหญ่สิงสถิตอยู่ ในบางแห่งก็เป็นที่สิงสถิตของสัตว์กายสิทธิ์ที่สามารถให้คุณให้โทษได้คุ้มครองอยู่ และโดยทั่วไปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวใต้นับถือกันในทำนองนี้ก็มักจะเรียกกันว่า ทวด ซึ่งทวดนี้จะปรากฏอยู่ในรูปลักษณะที่แตกต่างกันไปตามความเชื่อ เช่น ปรากฏอยู่ในรูปของงู จระเข้ หรือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่สิงสถิตอยู่กับต้นไม้ใหญ่ ๆ ประเภท ต้นไทร ต้นโหมรง ต้นเลียบ เป็นต้น และสำหรับชาวบ้านที่มีความเคารพนับถือเมื่อมีเหตุที่จะต้องเดินทางผ่านไปมาบริเวณพัง ก็จะต้องแวะจุดธูปเทียนสักการะเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งในหลายๆ แห่งจะพบว่าชาวบ้านได้สร้างศาลาไว้ให้เป็นที่สิงสถิตของทวดที่พวกตนเคารพนับถือด้วย และก็มักที่จะเรียกสถานที่นั้นว่า หลาทวด ไปด้วย
ส่วนพังที่มีความเกี่ยวข้องหรือใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระนั้นก็มีอยู่หลายแห่ง เช่น พังพระ พังล้างโดก เป็นต้น โดยเฉพาะพังพระนั้น ปรากฏหลักฐานว่ามีความสัมพันธ์กับถ้ำเขาคูหาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากถ้ำเขาคูหาเป็นถ้ำที่ถูกขุดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ตามความเชื่อในศาสนาฮินดู ที่มักจะมีการขุดสระน้ำไว้หน้าศาสนสถาน และภายในถ้ำเขาคูหานั้น ได้ปรากฏอักษรคำว่าโอมจารึกเป็นอักขระภาษาสันสกฤตไว้ที่ผนังของถ้ำด้วย
สำหรับพังล้างโดก ในตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลานั้น ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่าในอดีตเมื่อมีคนตาย ญาติพี่น้องจะนำศพมาห่อด้วยเสื่อกระจูดแล้วนำมาวางบนไม้ไผ่สีสุกที่ผ่าเป็นซี่ๆคล้ายกับเฝือกไว้รองศพ จากนั้นก็มัดศพแล้วนำไปแขวนค้างไว้ตรงคาคบหรือง่ามกิ่งไม้ ปล่อยศพทิ้งไว้ให้เน่าเปื่อยจนเหลือแต่กระดูก แล้วจึงค่อยนำกระดูกไปล้างที่พังล้างโดกแห่งนี้ ด้วยเชื่อกันว่าน้ำจากแหล่งน้ำศักสิทธิ์ สามารถที่จะช่วยชำระล้างหรือปลดเปลื้องสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงให้หมดลงได้ หลังจากนั้นก็จะนำกระดูกไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
ลักษณะพิธีกรรมที่ปรากฏนี้ยังพอที่จะพบเห็นได้ในหลายๆ พื้นที่ของภาคใต้ เช่นแถบหมู่บ้านเขาพังไกร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช และในแถบจังหวัดพัทลุง เป็นต้น
นอกจากการใช้พังเพื่อประโยชน์ดังกล่าวข้างต้น ยังพบว่ามีการใช้พังเป็นสถานที่ประกอบพิธีอุปสมบทอีกด้วย เกี่ยวกับเรื่องนี้ อดิศักดิ์ ทองบุญและสายชล เมืองพรหม (สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ เล่ม 5 : 1836) ได้กล่าวไว้ว่า ..เมื่อจะอุปสมบทเป็นพระภิกษุด้วยการสวดญัตติจตุตถกรรม(ภาษาถิ่นเรียกว่า สวดยัด ) จะกระทำการอุปสมบทได้เฉพาะในมีเขตที่มีพัทธสีมาเท่านั้น ถ้าอยู่ห่างไกลที่มีเขตพัทธสีมาต้องไปสวดญัตติเพื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุในที่ที่มีน้ำล้อมรอบ เพราะถือว่าน้ำเป็นสิ่งบริสุทธิ์ สมมติได้กับเขตพัทธสีมา.. และพังที่ปรากฏหลักฐานว่าเคยมีการใช้เพื่อการประกอบพิธีอุปสมบทเมื่อครั้งอดีตนั้น ก็ได้แก่ พังพระ พังกุด พังพาดหลา เป็นต้น
ชาญณรงค์ เที่ยงธรรม
gibyotagar@hotmail.com
โดย Focus Team
Relate topics
- พินิจนคร สงขลา
- บ้านเธอ บ้านฉัน เล่าเรื่องเมืองเก่า
- ผ้าป่าสามัคคีบำรุงสถานีวิทยุพระพุทธศาสนาเพื่อชุมชน
- เรื่องเล่าจากชุมชนตอน “กวนข้าวยาคู”
- ออกกำลังกายไล่โรค
- ๓ ปี สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาเพื่อชุมชน ใครได้อะไร? - เรื่องควรรู้ที่ควนรู
- เรื่องควรรู้ที่ควนรู
- อำเภอสะเดา :: ประวัติความเป็นมาของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา
- อำเภอนาทวี :: ประวัติความเป็นมาของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา
- อำเภอสะบ้าย้อย :: ประวัติความเป็นมาของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา
