แฉร.1จ่ายเวนคืนจนท.แพงกว่าชาวหาดใหญ่ประจาน-ผลักอกโคกเมา
"ชาวโคกเมา"ตอบโต้-ทะเลาะ"ม็อบชุมชนหาดใหญ่"ชุมนุมประจานการคัดค้านขุดคลองร.1 ที่วิตกว่าจะทำให้น้ำท่วมเมือง แกนนำบอกถูกรังแก เผยกรมชลฯจ่ายค่าเวนคืนจนท.แพงกว่าทั้งที่ที่ดินติดกัน รุดแจ้งความ-ยกรธน.สู้ ขณะที่ฝ่ายชลประทานท้าให้ฟ้องศาลปกครอง "น้าลัภย์"บอกอย่าโยนบาปให้ชาวบ้าน เห็นใจทั้งสองฝ่าย
ท่ามกลางสายฝนที่หนัก และความกังวลว่า"หาดใหญ่"ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ จะเกิดน้ำท่วมหนักเช่นปี 2543 ปัญหาการขุดคลองร.1ถูกหยิบมาเป็นประเด็นในวงสนทนา รวมทั้งการพูดผ่านสื่อของผู้ใหญ่หลายคน
12 ธันวาคม นายสมพร ใช้บางยาง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 หาดใหญ่โดยอ้างข้อมูลกรมอุตุฯว่า จากการตรวจสภาพอากาศ ในวันที่ 13-16 ธันวาคม จะเกิดความกดอากาศต่ำทำให้พื้นที่ตั้งแต่จ.นครศรีธรรมราช-นราธิวาสมีฝนตกซุก
"การระบายน้ำออกจากเมืองหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง สามารถระบายได้เต็มที่ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทางการได้ดำเนินการขุดคลองระบายน้ำร.1 เพื่อช่วยระ บายน้ำในปริมาณที่เท่ากัน แต่ยังติดขัดปัญหาประชาชน 29 รายที่ไม่ยินยอมให้กรมชลประ ทานเข้าไปดำเนินการตามกฎหมายเวนคืนที่ดิน"นายสมพร กล่าวและว่า เพื่อป้องกันอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเมืองหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนนำรถแบ็กโฮเข้าขุดในจุดต่างๆ ที่ยังมีปัญหาเพื่อเปิดทางระ บายน้ำชั่วคราว
วันเดียวกัน นายสุเทพ โกมลภมร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวขณะที่เดินทางไปตรวจดูงานการขุดคลองที่บ้านโคกเมา ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำว่า ปัญหาที่น่าหนักใจในตอนนี้คือ การระบายน้ำออกจากเมืองหาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียงเนื่องจากคลองอู่ตะเภาสามารถระบายน้ำได้เต็มที่ประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ทางการได้ดำเนินการขุดคลองระบายน้ำ ร.1 ในฝั่งซ้ายของคลองอู่ตะเภาเพื่อช่วยในการระบายน้ำในปริมาณน้ำที่เท่ากัน แต่ยังติดขัดปัญหาประชาชนจำนวน 28 ราย ที่ยังไม่ยินยอมให้ทางกรมชลประ ทานเข้าไปดำเนินการตามกฏหมายเวนคืนที่ดิน ซึ่งเป็นระยะทางประมาณ 2,350 เมตร ในพื้นที่ ม.7 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ อีกประมาณ 600 เมตร
เพื่อเป็นการป้องกันอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในเมืองหาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียงจังหวัดสงขลา ได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนนำรถแบ็กโฮ ประมาณ 20 คัน เข้าขุดในจุดต่าง ๆ ที่ยังมีปัญหา ซึ่งจะต้องใช้เวลาขุดประมาณ 20 ชั่วโมง เป็นการขุดเพื่อเปิดทางระบายน้ำชั่วคราว กว้างประมาณ 10 เมตร โดยมีนายสุรชัย อุทัยรัตน์ นายอำเภอบางกล่ำ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการในครั้งนี้ พร้อมทั้งประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วย น.ป.พ. และ สภ.อ.บางกล่ำ เข้ารักษาความสงบในขณะทำการขุด โดยเริ่มขุดในเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันที่ 12 ธันวาคม 2548 พร้อมกันทั้ง 3 จุด คนเมืองประท้วง
ในสถานการณ์อันตึงเครียดดังกล่าว ได้มีป้ายประท้วงชาวบ้านที่ไม่ยอมเวนคืนที่ดินหลายแผ่น อาทิ บริเวณสะพานเมตตา ถนนเพชรเกษม-ควนลังว่า "คลองระบายน้ำร.1 ไม่สำเร็จเสร็จตามกำหนด เพราะมีผู้เห็นประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม" และ "ขอประนามผู้ขัดขวางโครงการพระราชดำริ จากชาวชุมชนเทศบาลนครหาดใหญ่"
พร้อมกันนั้น ได้มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 100 คน พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลนครหาดใหญ่ หน่วยนปพ.และตำรวจไปชุมนุมบริเวณที่เจ้าหน้าที่กำลังขุดคลองที่บ้านโคกเมา
พร้อมชูป้ายผ้า และป้ายที่เขียนบนกระดาษ มีข้อความว่า "น้ำท่วมหาดใหญ่ เพราะมีคนเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน","คลองพระราชดำริมันยังกล้าขัดขวาง มันเป็นคนไทยหรือเปล่า"และ "ให้สังคมลงโทษผู้ขัดขวางการขุด อย่าไปคบ"
ประมาณ 16.00 น. รถแบ็กโอประมาณ 35 คนจากหน่วยต่างๆ ได้เร่งขุดคลอง ระหว่างนั้นกลุ่มชาวบ้านจากชุมชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่กล่าวด่าชาวบ้านที่ไม่ให้เวนคืนที่ดินผ่านโทรโข่ง ในถ้อยความเดียวกับที่เขียนป้าย
ขณะทีี่อีกด้านหนึ่ง นายมานัสวี แซะอาหลี ออกมาพูดตอบโต้ว่า "เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม มาขุดคลองโดยไม่บอกให้ชาวบ้านรู้ หาว่าเราเห็นแก่เห็น ที่จริงเขาไม่ให้ความเป็นธรรมกับเรา ทำอะไรอัลเลาะห์ก็รู้"
จากนั้น ก็เกิดการผลักอกกันระหว่างแกนนำชาวชุมชนเทศบาลนครหาดใหญ่กับนายมานัสวี และชาวโคกเมา 4-5 คนก็เดินเข้ามาลากนายมานัสวีออกไปจากที่เกิดเหตุ
แฉจ่ายไม่เป็นธรรม
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มขาวโคกเมาที่เดือดร้อนจากการขุดคลองร.1 ได้รวมตัวกันที่บ้านนายสำแอ หวังเบ็ญหมุด "อยากให้รับฟังฝ่ายชาวบ้านบ้าง ไม่ใช่ฟังแต่ฝ่ายชลประทานฝ่ายเดียว" นายวินัย หมูดละ ชาวโคกเมา กล่าวกับ"โฟกัสภาคใต้"พร้อมให้หนังสือขอความเป็นธรรมต่อจังหวัดสงขลาที่ร้องเรียนตั้งแต่ปี 2545 หนังสือการประ
ชุมชี้แจงราษฎรเจ้าของที่ดินถูกเขตขลประทานคลองร.1 ตามโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่อ.หาดใหญ่ แผนผังขั้นตอนการจัดหาที่ดินเพื่อการขลประทานกรณีที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์และไม่มีเอกสารสิทธิ์ และข้อมูลรายชื่อผู้ได้รับความเดือดร้อน
"กรมชลประทานทำผิด"นายสำแอ กล่าวระหว่างให้ดูเอกสาร ทั้งยังเปรียบเทียบราคาที่ดินค่าเวนคืนที่เจ้าหน้าที่ชลประทานซื้อที่ดินแปลงอื่นในราคาที่สูงกว่า โดยยืนยันว่า
เป็นที่ดินแปลงติดกัน ทั้งยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ชลประทานมาซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ก่อน เมื่อรู้ว่าจะมีการเวนคืน
นายสำแอ กล่าวว่า ตนไม่ได้คัดค้านการขุดคลอง ร.1 แต่ที่ไม่ยอมเซ็นต์เพราะ รัฐให้ราคาเวนคืนที่ดินไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
"ที่ดินเปล่าอยู่ติดกันแต่ได้ราคาต่างกัน ที่ดินของเจ้าหน้าที่กรมชลประทานเป็นเจ้าของได้ไร่ละ 2,800,000 บาท แต่ของผมอยู่ติดกัน ที่ดินเหมือนกัน กลับได้แค่ 400,000 บาท
ชาวบ้านอยากให้ขุด แต่ต้องให้ราคาที่เป็นจริง พอชาวบ้านเรียกร้องหาว่า ชาวบ้านเห็นแก่เงิน พาเจ้าหน้าที่มาข่มขู่ อย่างนี้ไม่เรียกว่า รัฐรังแกประชาชนหรือ"
นายวินัย กล่าวอีกว่า เมื่อก่อนเจ้าหน้าที่บอกว่าจะให้ค่าเวนคืน 1.2 ล้าน แต่พอให้จริงให้แค่ 750,000 บาท
"ต้องเก็บเงินสร้างบ้านตั้งแต่อายุ 18 กว่าจะได้สร้าง อยากฝากบอกผู้มีอำนาจว่า ให้ลงมาดูพื้นที่จริง หลักฐานจริง ไม่ได้คัดค้านการขุดคลอง ตอนนี้ชาวบ้านได้แต่ฟัง ไม่มีสิทธิ์พูดอะไร พอจะไปพูดบ้างก็โดนกีดกันจากเจ้าหน้าที่ พอสื่อมาทำข่าวก็พูดสร้างภาพฝ่ายเดียว
ไม่ยอมให้ชาวบ้านได้มีสิทธิ์พูด เอาทหาร ตำรวจมาคุม ทำเหมือนเราเป็นโจร"นายวินัย กล่าวและว่า
"อยากให้ผู้มีอำนาจลงมาดูพื้นที่จริง หลักฐานจริง ไม่ใช่รับฟังรายงานเพียงอย่างเดียว ชาวบ้านไม่ได้คัดค้านโครงการพระราชดำริ อยากให้ขุดคลอง อยากให้ดูราคาที่สมเหตุสมผลกว่านี้"
นายสุเมธ ดมเด็ม ชาวโคกเมาอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า ทางกรมชลประทาน ได้นำคนจากเทศบาลมาประท้วงด่าชาวบ้าน หาว่าชาวบ้านเห็นแก่เงิน ขัดขวางโครงการพระราชดำริ
เป็นคนส่วนน้อย แต่มาทำให้คนหมู่มากเดือดร้อน
"มันไม่จริง ชาวบ้านอยากให้ขุด แต่อยากให้ได้ราคาที่เป็นธรรม ไม่ใช่เห็นว่า เป็นที่ดินของเจ้าหน้าที่กรมชลประทานแล้วให้ราคาสูง แต่พอเป็นชาวบ้านธรรมดาที่ไม่มีเส้นสายกลับได้ราคาต่ำ ก่อนหน้านี้ทางกรมชลประทานได้เคยเรียกให้ชาวบ้านไปเซ็นต์รับแล้ว
ว่าที่ดินของใครได้ราคาเท่าไหร่ แต่เป็นการเซ็นต์รับในกระดาษเปล่าไม่มีข้อความอะไร" นายสุเมธ กล่าว
ขณะที่ นายยูสุบ บิลละเตะ กล่าวว่า ตนมีที่ดินอยู่ที่นี่ที่เดียว จะให้ย้ายไปอยู่ที่ไหน ตอนแรกมาบอกว่าให้ 600,000 บาท แต่พอให้จริงแค่ 240,000 บาท แล้วจะเอาไปสร้างที่อยู่ที่ไหนได้ ที่บ้านก็อยู่กันตั้ง10 คน
"ทำไมเขาไม่คิดบ้างว่าเราจะไปอยู่ที่ไหน ต้องไปเช่าบ้านอยู่หรือ รายได้ตอนนี้ก็ทำงานปอกหอมได้แค่วันละ 45 บาท จะให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นอีก ค่าเวนคืนก็ให้ไม่เป็นธรรม" นายยูสุบ กล่าวและว่า ตอนแรกก็ไปจองที่ดินไว้แล้ว แต่พอกรมชลประทานมาบอกว่า ให้แค่ 240,000 บาท ก็ซื้อที่ดินไม่ได้ ต้องคืนเจ้าของไป ตอนนี้ก็ไม่รู้เลยว่า จะไปอยู่ที่ไหนยกรธน.สู้-แจ้งความชลประทาน
นายสำแอ ยังอ้างถึง ข้อกฏหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๖ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย มาตรา ๔๙ การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการอันเป็นสาธารณูปโภค การอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ การได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ การผังเมือง การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การพัฒนาการเกษตรหรือการอุตสาหกรรม การปฏิรูปที่ดิน หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น และต้องชดใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรมภายในเวลาอันควรแก่เจ้าของตลอดจนผู้ทรงสิทธิบรรดาที่ได้รับความเสียหายนการเวนคืนนั้น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติการกำหนดค่าทดแทนตามวรรคหนึ่ง
ต้องกำหนดให้อย่างเป็นธรรมโดยคำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติ การได้มา สภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์และความเสียหายของผู้ถูกเวนคืน กฎหมายเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ต้องระบุวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนและกำหนดระยะเวลาการเข้าใช้อสังหาริมทรัพย์ไว้ให้ชัดแจ้ง ถ้ามิได้ใช้เพื่อการนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว ต้องคืนให้เจ้าของเดิมหรือทายาท การคืนอสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าของเดิม หรือทายาทตามวรรคสาม และ
การเรียกคืนค่าทดแทนที่ชดใช้ไป ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 13 ธันวาคม 2548 นายสะแอ พร้อมชาวบ้านอีก 30 คน ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.วิทูร เชิดบำรุง พนักงานสอบสวน สภ.อ.บางกล่ำ ในข้อหาใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรม ฝ่าฝืนข้อคัดค้านของเจ้าของที่ดินแล้วขลประทานพร้อมให้ฟ้อง
นายเจริญ คงหิ้น ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการก่อสร้าง โครงการบรรเทาทุกข์ในพระราชดำริ กล่าวว่า คลอง ร.1 เป็นคลองสายหลัก ตอนบนติดถนนลพบุรีราเมศร์ ขณะนี้ (12 ธ.ค.)
น้ำเต็มคลอง สถานการณ์น่าเป็นห่วง ถ้าฝนตกลงมาอีก อาจเกิดปัญหาน้ำท่วมเร็วขึ้น การมาขุดคลองครั้งนี้ก็เพื่อให้น้ำมีทางระบายที่ดีขึ้น ปกติคลองต้องกว้าง 90 เมตร แต่ขุดเพียง 10 เมตร
"ขุดคลองวันนี้ไม่ได้บอกชาวบ้านล่วงหน้า และไม่จำเป็นต้องบอกล่วงหน้า เพราะทำตามกฎหมายเวนคืน ประกาศภาวะฉุกเฉินสาธารณภัย" นายเจริญ กล่าว
นายธีรวัฒน์ สิงห์หนู ผอ.โครงการก่อสร้าง11 สำนักโครงการหาดใหญ่ ตอบข้อกล่าวหาที่ว่า ให้ราคาค่าเวนคืนไม่เป็นธรรมและอธิบายหลักเกณฑ์การประเมินราคาว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ทางกรมชลประทานเป็นเลขาฝ่ายจัดซื้อที่ดิน ราคาที่ดินจะให้ตามราคาประเมินปัจจุบัน แต่ละพื้นที่ราคาแตกต่างกัน เช่น ที่ดินติดถนน ที่ดินมีที่อยู่าศัย หรือเป็นที่ดินตาบอด พื้นที่ไหนราคาสูงกว่าประเมินต้องนำเข้าที่ประชุม กรมชลฯเป็้นกองกลาง จ่ายเงินตามประเมิน ถ้าไม่พอใจราคาที่กำหนด ยื่นอุทธรณ์ ให้กระทรวงเกษตรฯสั่งการทบทวน หากยังไม่พอใจอีกให้ส่งเรื่องฟ้องศาลปกครอง ศาลตัดสินให้จ่ายเท่าใด กรมชลฯต้องจ่ายตามนั้น ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
"ยืนยันทำไปด้วยความถูกต้อง ประชาชนไม่ยอมไปใช้สิทธิ์ตามหลักเกณฑ์ ยื่นฟ้องต่อศาล กรมชลฯยินดีจ่ายเงินให้ตามนั้น"
ส่วนกรณีที่ชาวบ้านบอกว่า ราคาที่ดินที่ค่าเวนคืนแพงกว่าเป็นของเจ้าหน้าที่ชลประทานนั้น นายธีรวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีที่ดินของเจ้าหน้าที่หรือเปล่า หากเป็นจริงตามที่กล่าวอ้างไว้ให้นำหลักฐานมาแสดง และจะทำการสอบสวนต่อไปปฏิเสธข้อกล่าวหาชาวบ้าน
นายธีรวัฒน์ ปฏิเสธคำกล่าวทีี่ชาวบ้านบอกว่า ตอนแรกเสนอราคาสูง แต่เมื่อตกลงกันอีกครั้งราคากลับลดลงมาก ว่า ไม่เป็นความจริง ถ้าวัดพื้นที่ ตกลงราคาเรียบร้อยแล้ว จะ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน หากเจ้าหน้าที่คนใดกระทำเช่นนี้ ให้มาแจ้งได้ จะจัดการแจ้งความเอง
หากมองว่าทำไมต้องมาขุดช่วงฝนตกหนักด้วย เพราะหากไม่ขุดคลอง หลายฝ่ายเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วม เป็นการกดดันชาวบ้านหรือเปล่า นายธีรวัฒน์ตอบว่า ไม่ได้กดดัน
ไม่ได้เอาวิกฤติมาต่อรอง ได้เคยเจรจามานาน ไม่อยากให้เกิดผลกระทบต่อทุกฝ่าย
"กรมชลฯวางเงินไว้ที่ธนาคารออมสินแล้ว พอครบ 3 เดือน มีสิทธ์แจ้งครอบครอง เป็นสิทธิ์ที่ควรทำตั้งนานแล้ว ได้ใช้เวลาอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจ แต่เมื่อชาวบ้านไม่ยอม จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป" "น้าลัภย์"เห็นใจทั้งสองฝ่าย
นายลัภย์ หนูประดิษฐ์ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์การเกษตรอำเภอหาดใหญ่ กล่าวแสดงความเห็นต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่า จากการพูดคุยกับปลัดอาวุโสทราบว่า ชาวบ้านอยากได้ราคาแพงกว่านี้ และบอกว่าชาวบ้านคิดว่า ไม่ได้รับราคาที่เป็นธรรมทั้งๆ ที่ที่ดินติดกัน
หากมีหลักฐานจริงๆ ให้มายื่นเสนอได้ แต่ชาวบ้านก็หาหลักฐานมาแสดงไม่ได้
"ก่อนเริ่มขุดคลองควรเคลียร์เรื่องต่างๆ เช่น ราคา หนี้สิน ให้เรียบร้อยตั้งแต่แรก ไม่ควรขุดบางช่วงเท่านั้น ควรทำไปพร้อมๆ กัน ปัญหาอย่างนี้เคยขึ้นกับโครงการอื่นมาแล้ว เช่น การขุดลอกคลองหวะ หรือคอหงส์" นายลัภย์ กล่าวและว่า
การขุดคลอง ร.1ครั้งนี้อาจทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้น น่าเห็นใจทั้งสองฝ่าย ฝ่ายในเมืองอาจเกิดน้ำท่วมได้ แต่ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่มีที่ไป คนอื่นมองว่า เจ้าของพื้นที่ไม่ไใ้ที่ดิน เห็นแก่ตัว บาปไปตกอยู่ที่เจ้าของพื้นที่
ราคาที่ดินพุ่ง-บ้านใหม่ขายดี
นายจรัญ เนียมสุวรรณ เจ้าของโครงการบ้านพักอาศัย บริเวณชุมชนปลักหว้า ซ.21 สัมพันธชิต ริมครอง ร.1 เผยว่า ก่อนที่จะมีโครงการขุดครอง ร.1 ราคาที่ดินในบริเวณนี้ไม่สูงมากนัก ราคาที่ดินเปล่าตกห้อง (20x5เมตร) ละ 250,000-300,000บาท แต่ปัจจุบันนับแต่สร้างคลองร.1 ราคาที่ดินตกอยู่ที่ห้องละ 500,000 บาท
ทั้งนี้เนื่องจากในการสร้างคลอง ร.1ของกรมชลประทานก็จะมีการก่อสร้างถนนลาดยางอย่างดีตลอด 2 ฝั่งคลองร.1 ทำให้เกิดความเจริญขึ้นมา เพราะก่อนหน้านี้ในบริเวณดังกล่าวเป็นทุ่งนาร้าง และน้ำท่วมขัง เพราะเป็นทางผ่านของน้ำอยู่แล้วต่อเมื่อมีการขุดคลองทำให้การระบายน้ำดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
ในอดีตถ้าเกิดฝนตกหนักน้ำท่วมขังก็ไม่สามารถระบายน้ำไปทางไหนได้ แต่ปัจจุบันสามารถสูบน้ำลงครองร.1 ได้ทันที แต่ก็ไม่ใช่ว่า ราคาที่ดินจะสูงตามไปทั้งหมด มันขึ้นอยู่กับทำเลของที่ดินด้วยว่า ถ้าอยู่ซอยหรืออยู่ไกลออกไปทางบ้านโคกเมาก็ไม่มีผลมากนัก
"การขุดคลองร.1 มีผลดี สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ที่ดิน เกิดความเจริญและยังช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมให้แก่เมืองหาดใหญ่" นายจรัญ กล่าว
นางจำรัส พูลสวัสดิ์ เจ้าของโครงการบ้านพักอาศัยฝั่งตรงข้ามกัน กล่าวว่า การสร้างคลองชลประทานร.1 ทำให้ที่ดินบริวณโดยรอบคลองร.1มีราคาสูงขึ้น โดยก่อนหน้านี้ราคาประมาณห้องละ 250,000-280,000 บาท แต่ปัจจุบันนี้ราคา 500,000บาท แต่ถ้าอยู่ในซอยก็อยู่ที่ประมาณ 350,000-400,000 บาท ขึ้นอยู่กับทำเล
"การขุดคลองร.1ทำให้ทำเลที่ดินในบริเวณนี้สวยขึ้น ขายได้ราคา ผลกระทบของคลองไม่น่าจะมี และโครงการบ้านที่ผมกำลังสร้างอยู่มีผู้สนใจเข้ามาจองแล้วกว่าครึ่ง" นางจำรัสกล่าว
โดย Focus Team
Relate topics
- 28 มกราคม 55 - เปิดตลาดนัดสุขภาพสายใยชุมชน
- ผลวิจัยคุณภาพชีวิตรอบโรงงานเปรียบเทียบในจะนะ
- ชวนลูก จูงหลาน ขี่รถ แลเขาคูหา
- ชวนชาวสงขลาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยคาบสมุทรสทิงพระ
- สมัชชาสุขภาพกับการพัฒนาประเทศ
- ห้องเรียนท้องนาจะเปิดเรียนแล้วนะ
- 19 ส.ค. 53 13.30-15.30 น. ถ่ายทอดสดคลินิกทางไกล จากศูนย์เรียนรู้ สจรส. มอ.
- ขอเชิญร่วมโครงการเดินเพื่อสันติปัตตานี
- รางวัลสนับสนุนชุมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า
- รวมน้ำใจเพื่อช่วยสร้างอาคารใหม่ "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เหยื่อป่วนเผาเมือง

