บทบาทของภาคีสุขภาพในสงขลา
อบจ.สงขลา มีการปรับองค์กรภายใน มีการตั้งกองใหม่ คือ กองส่งเสริมคุณภาพชีวิต มีฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฝ่ายสาธารณสุข และฝ่ายพัฒนาชุมชน มีนักวิชาการ 2-3 คนมาร่วมทำงานกับเครือข่าย
บทบาท มีการพัฒนาสนับสนุนงบประมาณ ให้มีการทำงานร่วมกับเครือข่าย สนับสนุนการทำงานของเครือข่าย
สื่อ(บินหลา) เป็นสื่อเพื่อชุมชนคนสงขลา (126 ตำบล) มีสมาชิกประมาณ 3-400 คน
สร้างการเรียนรู้เรื่องสุขภาพให้กับสมาชิกและผู้ฟังรายการวิทยุ
บทบาทสนับสนุนและขยายผลกิจกรรมของทุกเครือข่าย
สสจ.(นิมตร แสงเกตุ) ดูแลสุขภาพภาคประชาชน โดยเฉพาะ อสม. ได้มีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายทุกส่วน ปีนี้ได้ทำแผนสุขภาพชุมชน ที่เกิดขึ้นนอกเหนือแผนของราชการทำงานร่วมกับภาคีอื่นๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ได้มีการหาเครือข่าย หาสิ่งดีๆของกิจกรรมสุขภาพ แล้วขึ้นทะเบียน มาทำแผนสุขภาพ 1022 หมู่บ้าน เป็นเครื่องมือให้ผู้ปฎิบัติรับไปทำต่อและเชื่อมโยงกับภาคีอื่น ขณะนี้กำลังทำแผนสุขภาพสงขลาปี 49 มีสมาชิกกว่าหมื่นคน
บทบาท ใช้งบหลักประกันสุขภาพไปทำแผนร่วมกับประชาชน ผลักดันให้มีกลไกปฎิบัติการเพื่อสร้างความเข้มแข็งและต่อเนื่อง ทำงานประสานความร่วมมือกับประชาคมสุขภาพในระดับหมู่บ้าน ค้นหาภาพอยู่เย็นเป็นสุขของคนสงขลาที่เห็นสอดคล้องต้องกัน จับประ เด็นให้ชัด (หาตุ๊กตาทำงานร่วมกันในแต่ละปี) จัดระบบข้อมูลที่ทุกฝ่ายยอมรับ มีเวทีมาคุยร่วมกันเป็นระยะ
เกษตรจังหวัด ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกรเน้นการมีส่วนร่วม ประเทศไทยตั้งเป้าเป็นครัวของโลก มีการรณรงค์เรื่องอาหารปลอดภัย ทำเรื่องตัวชี้วัดต่างๆ และมีกิจกรรมโรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริ ภารกิจ ไดเอบรมเจ้าหน้าที่ไปปฎิบัติการใน 125 ตำบลของจังหวัด นำโครงการสร้างเงินสร้างงานมาช่วยเกษตรกร ส่งเสริมมาตรฐานสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัย สร้างตลาดปลอดภัยให้กับผู้บริโภค
ประชาคมสุขภาพ ภาคประชาชนได้เคลื่อนไหวมานาน จากการมีโครงการใหญ่ๆจำนวนมาก ทำให้เกิดการรวมตัวขององค์กรภาคประชาชน
ก่อนปี 40 ยังไม่มีรัฐธรรมนูญ ภาคประชาชนเริ่มก่อตัวจากองค์กรที่ทำงานด้านประมงในปี 23-24 ปี 2535 เกิดโครงการโลกสดใสในบ้านเกิด และเริ่มมีการก่อตัวของหลายกลุ่ม
มีการกระตุ้นให้เกิดสงขลาประชาคมในปี 2539 เอาเครือข่ายทั้งหมดมารวมกัน ยกร่างคณะทำงานเอาไว้ แล้วทำกิจกรรมจนเกิดคณะทำงานหลักๆ
ปี 2544 สปรส.ต้องการให้มีคณะทำงานสุขภาพภาคประชาชนในพื้นที่ เรียกว่า กสพ. โดยแบ่งสงขลาเป็น 3 ส่วน และตั้งองค์กรใหม่เรียกว่า ประชาคมสุขภาพสงขลา จัดเวทีใน 3 ส่วนรับสมัครองค์กรภาคประชาชนมาเป็นสมาชิก เอาตัวแทนระดับตำบลมาเป็นระดับอำเภอ คัดเลือกมาเป็นตัวแทนมาประชุมรวมกัน คัดเหลือ 3 คน รวมผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ ประชุมกับสสจ. ได้ตัวแทนมา 3 คน และมีตัวแทนจากฝ่ายราชการและท้องถิ่น มาประชุมร่วมกันเมื่อปี 2545 แต่มาเลิกไปเพราะรัฐบาลใหม่ไม่สนับสนุน ภารกิจ ได้จัดเวทีเรียนรู้ของภาคประชาชน จัดเครือข่ายระดับอำเภอ และเกิดเครือข่ายการทำงานสุขภาพในพื้นที่จำนวนมาก
บทบาท ส่งภาคประชาชนไปร่วมกับภาครัฐในกิจกรรมสุขภาพต่างๆ
ชมรมโนราโรงครู(ศิลปินพื้นบ้าน) ก่อนเป็นชมรม ได้มีสมาพันธ์หนังตะลุงขึ้นมาก่อน และจัดกิจกรรมสืบเนื่องกันมา ให้หนังตะลุงมารวมตัวกัน ถ่ายทอดความรู้ให้กัน ได้นำหนังตะลุงคนเผยแพร่ 2525 ราชภัฎเป็นเจ้าภาพจัดไหว้ครูหนังตะลุง เกิดชมรมหนังตะลุงจังหวัดต่างๆ มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง 2535 ราชภัฎผลักดันให้เกิดสมาพันธ์หนังตะลุงจังหวัดสงขลา แต่รวมศิลปินพื้นบ้านทุกแขนง เกิดกิจกรรมสงขลาสมรม ร่วมกับมูลนิธิรพ.สงขลานครินทร์ นำมิติสุขภาพมาออกทีวี. ปี 2548 เกิดชมรมโนราโรงครู ทำโครงการโนราโรงครูสร้างเสริมสุขภาพ สร้างเครือข่ายศิลปินพื้นบ้าน สนับสนุนเยาวชนให้มาสืบทอดวัฒนธรรมพื้นบ้าน ผ่านการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา(หลักสูตรท้องถิ่น) รวบรวมครูภูมิปัญญาโนราโรงครูสร้างความรักความสามัคคีและหามาตรฐานของการแสดง
คณะทำงานเร่งรัดแก้ปัญหาลดอุบัติเหตุ โครงสร้างมีผู้ว่าเป็นประธาน มีคณะทำงานเร่งรัดฯ มี พ.ต.ต.สาคร ทองมุณี เป็นประธาน ประกอบด้วยทุกภาคส่วนมาร่วม มีงบจาก สสส. จากผู้ว่า และ อบจ. ยุทธศาสตร์การบังคับใช้กฎหมาย ยุทธศาสตร์การแก้ไขวิศวกรรมถนน ยุทธศาสตร์การจัดข้อมูลสารสนเทศ ยุทธศาสตร์การให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ ยุทธศาสตร์ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เน้นการทำงานกับภาคีในเรื่อง การปรับปรุงโครงข่ายถนน การให้ความรู้และประชาสัมพันธ์(ทำหลักสูตรท้องถิ่น)และการบริการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
แรงงานนอกระบบ(NGOs) เน้นเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบ 15 กลุ่มอาชีพ มี 11 กลุ่มอยู่ที่สงขลา
ให้ผู้ผลิตมีความปลอดภัยในเรื่องสุขภาพ ให้ผู้ผลิตตื่นตัวและหาแนวทางป้องกัน มีการเรียนรู้เรื่องสุขภาพ
สร้างกลไกการดูแลสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน
สร้างเครือข่ายนักวิชาการเรียนรู้ร่วมกับชาวบ้าน
ค้นหาเทคโนโลยีสะอาดมาให้ใช้ในการผลิต
เกิดเครือข่ายของคนทำงานอาชีพและมีการพัฒนาศักยภาพผู้นำ
พัฒนากลไกปกติให้มีเครื่องมือชีวอนามัย
ทำอย่างไรที่จะเชื่อมการทำงานกับท้องถิ่นและภาคีอื่นๆ
หมอไร้พรมแดน(NGOs) ทำงานร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์ในประเทศไทย ปฎิบัติงาน สรุปบทเรียนไปฝึกอบรมในพื้นที่จริง สงขลาทำงานกับรพ. มีศูนย์ที่ระโนด จะนะ สะเดา นาทวี ปาดังฯ ให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ ให้ข้อมูลความรู้การอยู่ร่วมกับสังคม บริโภคเพื่อชีวิต(NGOs) พัฒนากลุ่มผู้บริโภค จัดเวทีกิจกรรมสัญจรกับ สสจ. จัดตั้งอนุกรรมการภาคประชาชน เชื่อมโยงกลไก สร้างความเข้มแข็งของกลุ่มผู้บริโภค ทำงานเรื่องข้อมูลและงานวิจัย พัฒนากลไกผู้บริโภคจังหวัดสงขลา งานกฎหมายนโยบาย สร้างทางเลือกกับผู้บริโภค
โครงการปฎิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ สร้างเมืองให้น่าอยู่ สอดคล้องกับแผนพัฒนาของประเทศ โดยสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม
สร้างกิจกรรมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของคนเมือง เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเมือง
ที่หาดใหญ่ทำกิจกรรมฟื้นคลองอู่ตะเภา ทำน้ำหมัก เชื่อมโยงกับกลุ่มกิจกรรมที่มีในพื้นที่ ต่อยอดกิจกรรมต่างๆ
คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม ทำงานเชิงวิจัยเชิงปฎิบัติการและมีส่วนร่วม
พื้นที่ทำงานคือ บางเหรียง ที่มีการใช้สารเคมีในการผลิต
เปิดโรงเรียนเรียนรู้การเกษตรบางเหรียง โดยมีเกษตรกรในพื้นที่มาเป็นผู้เรียนรู้
เป็นพี่เลี้ยงสร้างเวทีสาธารณะทางความคิดเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่
ทสจ.(ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) ทำงานประสานงานและดำเนินการเรื่องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ทำงานเรื่องขยะ ทำกับเทศบาล รับเรื่องร้องเรียน รับงานต่อจากกรมป่าไม้ สร้างป่าพื้นบ้าน อาหารชุมชน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกสวนยางให้เป็นป่ายาง
โรงเรียนเวชศาสตร์แพทย์แผนไทยสงขลา ปลูกสมุนไพร เน้นเรื่องสุขภาพ ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ช่วยพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่องการนวด รับงบจากเทศบาลสงขลา บริการนวดแผนไทยส่งเสริมสุขภาพ
กศน. การศึกษานอกโรงเรียนทำงานการเรียนรู้กับประชาชน
ค้นหาสาเหตุการเจ็บป่วยของประชาชน และผลักดันให้มีการทำการผลิตเกษตรอินทรีย์ ให้ความรู้กับนักเรียน ตั้งแต่เด็กๆ สอนระบบของร่างกายว่าทำงานอย่างไร พฤติกรรมการทานอาหารเป็นอย่างไร เปลี่ยนชื่อโรคที่เป็นภาษาอังกฤษให้เข้าใจง่ายและสอดคล้องกับความเป็นจริง
เรียนรู้ปัญหา และหาทางป้องกัน แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา
โครงการชุมชนเป็นสุข - ดับบ้านดับเมือง เป็นการทำกิจกรรม ภายใต้เครือข่ายเกษตรชีวภาพ 6 ชุมชน เป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่ม มีการฝึกอบรม และปฏิบัติการทดลองในแปลงสาธิต -ใช้เทคนิคการสร้างปฏิสัมพันธ์กับชุมชน -ทำให้เกิดการจัดการเครือข่ายองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล -เกิดการปฏิบัติบนวิถีชีวิตจริง เป็นยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวการเมืองภาคประชาชน
โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาโครงการสร้างเสริมสุขภาวะจิตวิญญาณในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
-เป็นการต่อยอดจากกิจกรรมการดูแลสุขภาพ โดยใช้เครือข่ายพยาบาลทั่วประเทศ มีการประสานกิจกรรมมาก่อนที่จะทำโครงการ ถือเป็นต้นทุน
-รวบรวมเป็นเครือข่ายที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลให้สาธารณะได้รับรู้มากขึ้น
-จัดให้มีกิจกรรม "ศาสตร์แห่งความเป็นมนุษย์"
-มีการขยายเครือข่ายตามธรรมชาติ -ได้ต้นแบบของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จากผู้ป่วยเอดส์ มะเร็ง เกิดเป็นเครือข่ายมะเร็ง,เครือข่ายพัฒนาจิต,เครือข่ายจิตวิญญาณ
-สร้างองค์ความรู้/เพิ่มบทบาทของคนไข้เอดส์ให้ช่วยเหลือสังคมเป็นที่พึ่งทางสังคม
สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้
เน้นการเชื่อมประสานระหว่างงานองค์ความรู้และการปฏิบัติการในระดับพื้นที่ให้มีความสอดคล้องกัน -การเชื่อมประสานระหว่างนักวิชาการ กับชุมชน ก่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน
-สร้างความรู้เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ
โครงการเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ จ.สงขลา
เป็นหน่วยประสานงานกลางทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการทำกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาโครงการ ในระดับพื้นที่รวมทั้งการได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน การถอดสังเคราะห์องค์ความรู้สรุปบทเรียนการทำงาน
-ระบบฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ
-สร้าง พัฒนา เครือข่ายประสานงาน ระดับจังหวัด สร้างองค์ความรู้สร้างทางเลือก
ประสานความร่วมมือ
หนุนเสริมภาคี
สนับสนุนยุทธศาสตร์เชิงประเด็น ได้แก่ เกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ การลดอุบัติเหตุ สื่อสารสาธารณะ วัฒนธรรม โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ
เครือข่ายสมัชชาจังหวัดสงขลา เป็นหน่วยประสานให้เกิดเวทีสมัชชาในประเด็น "เกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ" ในจังหวัดสงขลา ให้มีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องและราบรื่น
ป้องกันปัญหาการผลิตในรูปแบบอุตสาหกรรมเข้ามาสู่ระบบการผลิต ที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างถิ่น
ส่งเสริมสนับสนุนการผลิตที่มีแนวโน้มที่ทำอยู่บนฐานพึ่งตนเอง หรือเป็นไปในรูปแบบรัฐวิสาหกิจชุมชน
ส่งเสริมเรื่องของการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของสังคม ในทุกเรื่องที่เกี่ยวโยงกับการทำเกษตรที่เอื้อต่อ
ส่งเสริมให้มีการเก็บรักษาอนุรักษ์เมล็ดพันธ์ท้องถิ่น ให้มีการปรับปรุงสายพันธ์ในพื้นที่
ส่งเสริมให้มีการศึกษาและนำพืชผักสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นนำมาผลิตเป็นยารักษาโรค
ส่งเสริมในเรื่องของการตลาด โดยมีตลาดทางเลือกที่ขายผลผลิตปลอดสารพิษในพื้นที่หรือชุมชน เป็นตลาดขนาดเล็กในชุมชน
ส่งเสริมตาลโตนดให้เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ และนำวัฒนธรรมของตาลโตนดแพร่กระจายไปในพื้นที่อื่นด้วย
