สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ยิ น ดี ต้ อ น รั บ สู่ เ ว็ บ ไ ซ ท์ ส ง ข ล า ส ร้ า ง สุ ข

ยิ น ดี ต้ อ น รั บ สู่ เ ว็ บ ไ ซ ท์ ส ง ข ล า ส ร้ า ง สุ ข

ประเด็นด้านเกษตรเพื่อสุขภาพและอาหารปลอดภัย

กรมวิชาการฯแนะ5กรรมวิธี คุมวัชพืชสวนยางไม่พึ่งสารเคมี

นายสุขุม วงษ์เอก ผอ.สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การปลูกสร้างสวนยางเกษตรกรจำเป็นต้องเอาใจใส่ดูและรักษาสวนยางเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงยางอ่อน ซึ่งต้นยางยังเล็กพุ่มใบไม่ประสานกันเปิดโอกาสให้วัชพืชทั้งประเภทใบแคบ ใบกว้าง และเถาวัลย์เจริญเติบโต ดังนั้น ในช่วงดังกล่าว นอกจากเกษตรกรต้องดูแลรักษาสวนยางด้วยการใส่ปุ๋ยตามคำแนะนำ การควบคุมวัชพืชในสวนยางก็เป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งมีอยู่หลายวิธีด้วยกันที่เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้ โดยไม่พึ่งสารเคมี อาทิ

1.ใช้อุปกรณ์ ตัดไถ ถาก ขุดทำลายวัชพืช ส่วนที่อยู่เหนือดินและใต้ดิน 2.ปลูกพืชตระกูลถั่วระหว่างแถวยางจะช่วยป้องกันการเบียดเบียนของวัชพืชและป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน 3.ใช้วัสดุคลุมดิน โดยใช้วัสดุเหลือใช้ต่างๆคลุมโคนต้นยาง 4.ปลูกพืชแซมยางประเภทพืชล้มลุก เช่น ถั่วลิสง มันเทศ สับปะรด แตงโม ฯ หรือปลูกพืชหมุนเวียนตามฤดูกาลไปตลอดทั้งปี 5.ทำสวนยางในระบบผสมผสานร่วมกับการเลี้ยงสัตว์ เช่น แกะ สัตว์ปีก หรือเลี้ยงผึ้งในสวนยาง ซึ่งการทำสวนยางในระบบผสมผสานนี้ เป็นการดำเนินกิจกรรมต่างๆหมุนเวียนในสวนยางลักษณะบูรณาการในพื้นที่ที่สร้างรายได้และลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

นายสุขุม กล่าวด้วยว่า วิธีการควบคุมวัชพืชในสวนยางแต่ละวิธีเกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งการควบคุมวัชพืชในสวนยางโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมียังส่งผลให้ต้นยางเจริญเติบโตได้ดี เปิดกรีดได้เร็วและให้ผลผลิตสูง อีกทั้งบางวิธีสามารถสร้างรายได้และลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องไปจนตลอดอายุของต้นยาง อย่างไรก็ตามการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดวัชพืชในบางกรณี ซึ่งเกษตรกรจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและใช้อย่างปลอดภัย โดยผู้สนใจสอบถามข้อมูลและคำแนะนำได้ที่ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร โทร.02-579-7757-8

วันที่ 2/7/2007 แนวหน้า

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว