สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ยิ น ดี ต้ อ น รั บ สู่ เ ว็ บ ไ ซ ท์ ส ง ข ล า ส ร้ า ง สุ ข

ยิ น ดี ต้ อ น รั บ สู่ เ ว็ บ ไ ซ ท์ ส ง ข ล า ส ร้ า ง สุ ข

มุมมองหมอ

สุขภาพผู้สูงอายุ กับ กลไกซีอีโอ

by kai @December,14 2004 22.39 ( IP : 61...150 ) | Tags : มุมมองหมอ
photo  , 360x480 pixel , 42,627 bytes.

" สุขภาพผู้สูงอายุ กับ กลไกซีอีโอ "

เรามีผู้สูงอายุในทุกวันนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในปี 2543 มีผู้สูงอายุที่หมายถึงผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีจำนวนกว่า 5.7 ล้านคน  คิดเป็น 9.19% ของประชากรไทย  และคาดว่าอีก 25 ปีข้างหน้า  คือปี พ.ศ. 2568 จะมีผู้สูงอายุประมาณ 9  ล้านคน
ปัญหาความเจ็บป่วยนั้นอยู่คู่กับวัยชรา  อันนี้เป็นสัจธรรมที่นิรันดร์  และจากรายงานวิจัยการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุภาคใต้  พบว่า มีผู้สูงอายุ 12.9%ที่ไม่มีฟันและต้องใช้เหงือกในการบดเคี้ยว  คิดกลับมาในภาครวมของประเทศแล้ว  แปลว่า  คนชราที่ต้องใช้เหงือกเคี้ยวอาหารแทนฟันแท้หรือฟันปลอมนั้นมีกว่า  800,000 คน
แน่นอนว่า  ความสุขใดจะเสมอการกินอร่อยนั้นหายาก  ผู้สูงอายุที่ลูกหลานพอมีสตางค์ก็ดิ้นรนจุนเจือพาไปทำฟันปลอม  ความสุขในชีวิตไม้ใกล้ฝั่งที่ได้กินของหลากหลายมากกว่าผักต้มก็กลับคืนมา  แต่ผู้สูงอายุที่ยากจนยังมีอีกมาก  ซึ่งขาดการดูแล  ไม่บังเกิดเป็นความเท่าเทียมทางสังคมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้
ผู้สูงอายุกับดวงตาที่ฝ้าฟางนั้นก็เป็นสิ่งที่คู่กัน  จากข้อมูลการสำรวจระบาดวิทยาโรคตาบอดครั้งที่ 3 ในปี 2537  เรามีผู้ป่วยโรคต้อกระจกที่ทั้งเป็นเหตุให้ตาบอดและสายตาเลือนลางประมาณ  505,141 ราย  ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้สูงอายุทั้งสิ้น  สายตาที่มืดลงเหมือนชีวิตที่กำลังจะมืดดับ  เป็นการตัดโอกาสการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยชราเป็นอย่างมาก  ดูโทรทัศน์ก็ไม่เห็น  อ่านหนังสือพิมพ์ก็ไม่ได้  อยากจะชื่นชมหลานรักก็เลือนลางเต็มที  ถ้ายังต้องใช้เหงือกเคี้ยวอาหารแทนฟันอีกก็ยิ่งเศร้ากันไปใหญ่
ผู้สูงอายุนับว่าเป็นผู้ด้อยโอกาสกลุ่มใหญ่ในสังคมไทย  ส่วนใหญ่ไม่มีรายได้  ลูกหลานไม่ค่อยว่างดูแล  มีกินตามสมควร  มีโรคประจำตัวมากบ้างน้อยบ้าง  แม้จะมีบัตรสูงอายุกันเป็นส่วนใหญ่  แต่ส่วนน้อยมากที่จะมาใช้สิทธิทำฟันปลอมหรือผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา  ซึ่งสามารถเบิกได้ตามระเบียบบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า  ส่วนใหญ่ยอมรับความด้อยโอกาสไปจวบจนลมหายใจสุดท้าย  เพราะเบื่อหน่ายคิวนัดที่ยาวข้ามปีหรือหลายปี ฟันปลอมและแว่นตา ( ซึ่งรวมถึงการผ่าตัดใส่เลนส์เทียมในโรคต้อกระจก )  นับเป็นอวัยวะเทียมที่มีค่ามากที่สุดสำหรับการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ  แต่ปัญหาก็คือ  จะทำอย่างไรชีวิตคุณตาคุณยายไม่ว่าในเมืองหรือชนบทได้มีโอกาสได้ใส่ฟันปลอม  ดวงตาไม่ขุ่นมัว อย่างเท่าเทียมกัน  นับเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่สังคมอาจต้องร่วมกันขบคิด ค่าใช้จ่ายนั้นยังเป็นปัญหาใหญ่  งบประมาณรายหัวของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่จัดสรรมาล่วงหน้าแล้วนั้น  แม้จามกติกาจะครอบคลุมบริการเหล่านี้  แต่หากไม่ใช้ได้ก็ย่อมเป็นกำไรของสถานพยาบาล  หรือจะได้นำไปใช้เฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายหมวดอื่นที่จำเป็นกว่า  ดังนั้นหากโรงพยาบาลใดยิ่งขยันก็จะยิ่งจนยิ่งเข้าเนื้อ  ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ทำงานเช่นนี้ได้นั้นมีน้อย  จึงไม่แปลกที่คิวจะยาวข้ามปีหรือหลายปี ดังนั้น  กลไกการทำงานร่วมกันของภาคประชาสังคมร่วมกับทางราชการในรูปของคณะกรรมการสุขภาพระดับจังหวัด ซึ่งปัจจุบันไม่มี น่าจะช่วยทำให้มีการกำกับดูแลการทำงานของสถานพยาบาลต่างๆให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้บนพื้นฐานข้อจำกัดด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน    แต่กลไกนี้อยู่คนละขั้วกับกลไกปกครองแบบ ซีอีโอ
กลไกแบบไหนที่จะทำให้คนไทยมีสุขภาพดีได้มากกว่ากัน  คำตอบคงอยู่ในใจของทุกคนอยู่แล้ว

Comment #1
กตัญญู
Posted @February,25 2007 12.11 ip : 202...70

เห็นใจผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง เราเป็นบุตรหลานท่านเลี้ยงเรามาควรตอบแทนท่านดีๆอย่าทอดทิ้งท่านเลยสงสารท่านนะ

Comment #2
กตัญญู
Posted @February,25 2007 12.14 ip : 202...70

รักคุณตามากเลย ท่านแก่มากแล้ว 80 กว่าปี ที่บ้านดูแลท่านดีมาก คิดถึงคุณยายด้วยแต่ท่านเสียแล้ว รักคนในครอบครัวมาก

Comment #3
กุ๊ก
Posted @April,08 2007 15.02 ip : 58...226

ขอให้ผู้สูงอายุทุกท่านใความสุขมาก ๆ นะคะ

Comment #4
POONPUN
Posted @July,09 2007 20.24 ip : 58...78

ขอให้ผู้สูงอายุทุกท่านใความสุขมาก ๆ นะคะ

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว