สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

กิจกรรมวันนี้ 1 , 2 , 3 , 4 , 5

ภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อสุขภาพ

"สุขภาวะแบบพอเพียง" มุมมองใหม่นักเรียนวังตะกู

"เงินทองคือของมายา ข้าวปลาสิของจริง" วลีอมตะของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร พระบิดาของการเกษตรสมัยใหม่ยังคงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย เพราะในวันนี้มีบทพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า ระบบเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวที่เน้นเพื่อการค้านั้น แท้จริงแล้วนำความล่มสลายมาสู่ชีวิตเกษตรกรไทย

"หากขืนทำเกษตรเชิงเดี่ยวและใช้สารเคมีต่อไปเรื่อย ๆ สุขภาพก็ทรุดโทรมและชีวิตของลุงคงสั้นลงแน่ ๆ ซึ่งสวนทางกับภาวะหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจนชักหน้าไม่ถึงหลัง" นี่คือผลลัพธ์ที่ลุงณรงค์ แฉล้มวงศ์ หรือ 'ลุงต๋า' ปราชญ์ชาวบ้านวังตะกู อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ได้รับหลังจากเดินตามเกษตรกระแสหลักมาเกือบครึ่งค่อนชีวิต

วันนี้ชายชราคนนี้หลุดพ้นจากกับดักและก้าวสู่อิสรภาพ ด้วยการแปรพื้นที่ 50 ไร่ที่เคยรับใช้แนวคิดเดิมให้กลายเป็น "ไร่นาสวนผสม" สำหรับรองรับความรู้ใหม่ ๆ อันเกิดจากการฝึกฝนการทำปุ๋ยชีวภาพและสารป้องกันแมลง พร้อมกับปลูกข้าว กล้วย พุทรา มะม่วง มะนาว แน่นอนมีสระน้ำสำหรับเป็นแหล่งน้ำในยามจำเป็น

สวนแห่งนี้มิได้เป็นเพียงพื้นที่ทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพของลุงต๋าเท่านั้น แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ สำหรับผู้สนใจทั่วไปด้วยลุงต๋าอุทิศแรงกายแรงใจและสติปัญญาที่มีอยู่ในตัวเองทั้งหมด คิดค้นเช่นนักวิจัยในห้องทดลอง สูตรปุ๋ยชีวภาพและสารไล่แมลงสูตรแล้วสูตรเล่า ถูกคิดค้นและผลิตขึ้นในสวนนี้ เพื่อนำไปเผยแพร่ให้กับคนในชุมชน รวมถึงการเดินทางไปเป็นวิทยากรเผยแพร่ความรู้อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย เพื่อให้ผู้ที่ยังหลงวนในห้วงทุกข์ได้พบทางสว่างเช่นที่ตนเองได้พบจนได้รับการขนานนามว่าเป็น "ปราชญ์ชาวบ้านผู้อุทิศตน"

นอกจากถ่ายทอดความรู้แล้ว ลุงต๋าและลุงบุญสืบ กลิ่นชาติ เพื่อนคู่คิดของลุงต๋าเองยังช่วยกันผลักดันให้เกิดการตั้ง "กลุ่มปุ๋ยชีวภาพ" จนกลายเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ขึ้นชื่อของชาววังตะกู

รู้จริง เห็นจริง จากชีวิตจริง

"ผมอยากเห็นชาวบ้านปลอดหนี้สินและมีสุขภาพดี ผมขออนุญาตเข้าไปสอนเด็ก ๆ ในโรงเรียนให้เขาได้รู้เรื่องเกษตรปลอดสารพิษ" ลุงต๋าปรารภกับนายสมควร ธูปพนม ผู้อำนวยการโรงเรียนวังตะกู ผู้สนใจในวิชาชีพเกษตรกรรมและเข้าเรียนรู้การทำเกษตรผสมผสานในแปลงนาของลุงต๋าเสมอ ๆ โครงการสอนทักษะการทำเกษตรปลอดสารพิษให้กับนักเรียนโรงเรียนวังตะกูราษฎร์อุทิศจึงเริ่มต้น ขึ้นในเทอมแรกของปีการศึกษา 2546 โดยมีอาจารย์สุทิน หลิมหงส์พิทักษ์ เป็นครูพี่เลี้ยงคอยดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพผ่านมูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร

ช่วงแรกเป็นการปรับเปลี่ยนความคิดของนักเรียนโดยหมอชัยณรงค์จากสถานีอนามัยวังตะกูจะเข้ามาช่วยเป็นวิทยากรวิเคราะห์ถึงปัญหาสุขภาพของคนไทยที่เกิดจากการใช้สารเคมีในการเกษตร และร่วมกันวิเคราะห์ถึงผลกระทบของการพัฒนาที่เอาเงินเป็นตัวตั้ง ที่ทำให้ทุกคนต้องเหน็ดเหนื่อยแทบล้มประดาตายแต่ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้เสียที

"หลังจากนั้นผมจะเล่าชีวิตที่ลำบากให้เด็ก ๆ ฟัง ผมว่ามันทำให้เด็กสนใจและเกิดแรงบันดาลใจต่อการก็สอนวิธีการทำปุ๋ยชีวภาพเพื่อลดต้นทุนการผลิต เพื่อช่วยให้ครอบครัวของนักเรียนผ่อนคลายจากภาวะหนี้สินและหากปฏิบัติเช่นนี้ต่อเนื่องการปลดหนี้ ก็คงเป็นจริงได้ จากนั้นก็เป็นการลงมือฝึกทำปุ๋ยชีวภาพ ทำน้ำหมักชีวภาพ และสารไล่แมลง ซึ่งเด็ก ๆ สนใจกันมาก"

วินัยในฐานะหัวหน้ากลุ่ม นำเพื่อน ๆ รุ่นน้อง และเพื่อนจากต่างชั้นเรียนทั้งหญิงชายกว่า 10 คน ลงมือขุดดินทำแปลงใส่ปุ๋ยหมักที่ลงมือลงแรงทำกันเอง จากนั้นจึงหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในแปลง รอวันเจริญเติบโตและดูแลรดน้ำ พรวนดิน เก็บวัชพืช โดยมีผู้อำนวยการ ลุงต๋า อาจารย์สุทิน คอยลุ้นเป็นกำลังใจอย่างใกล้ชิด

"บางทีเจอปัญหาว่าผักเหี่ยว ผักไม่งามบ้าง หรือจะลงแปลงใหม่บ้าง พวกเราจะไปถามลุงต๋าที่บ้าน ก็ได้รับความรู้ใหม่ ๆ มาทุกครั้ง ทั้งเองการดูแลแปลงผัก การทำปุ๋ยสูตรใหม่ ๆ" แปลงเกษตรปลอดสารพิษจึงเป็นเสมือนแหล่งเชื่อมการเรียนรู้ ของคนต่างวัยไปโดยปริยาย

"การเรียนรู้ของเด็กเป็นเรื่องที่สนุก ทำให้เด็กมีความรู้ หากเราสามารถส่งเสริมให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็นและได้ลงมือทำอย่างจริงจัง นี่แหละคือการเรียนรู้จากชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่เรียนกันในตำราเพียงอย่างเดียว" นี่คือหลักการที่ลุงต๋ายึดถือและใช้สอนให้กับเด็ก ๆ

ขยายผลจากโรงเรียนสู่บ้าน

"หนูอยากให้พ่อแม่ได้รู้เรื่องเกษตรปลอดสารพิษนี้บ้างจัง" เสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นระหว่างการฝึกทำปุ๋ยชีวภาพ

หลังจากแปลงผักรุ่นแรกได้ผลดีแล้ว กลุ่มนักเรียนก็ลงมือทำแปลงรุ่นที่สองใหม่ แต่คราวนี้ความรู้ที่ได้จะขยายกลับสู่ครัวเรือนของพ่อหนู แม่หนูเหล่านี้ด้วย เพราะอาจารย์พี่เลี้ยงได้จ่ายโจทย์ให้นักเรียนเหล่านี้กลับไปทำแปลงผักปลอดสารพิษที่บ้านด้วย เพื่อเป็นการขยายผลแนวคิดนี้และการให้ปุ๋ยชีวภาพและสารไล่แมลง

"อาจารย์กำหนดให้ทำที่บ้านด้วย และให้พ่อแม่ช่วยทำด้วย โดยอาจารย์จะมาติดตามผลที่บ้าน และมีลุงต๋ามาเป็นผู้ตรวจสอบว่าไม่มีการใช้สารเคมีจริง ๆ" หนูน้อยบอกเสียงใส เพราะดีใจที่แนวคิดของตน ได้รับการยอมรับและนำสู่การปฏิบัติจริง

"หลายแปลงได้ผลดี บางแปลงยังไม่ดีนัก ทั้งนี้อาจมาจากเด็กบางคนเอาใจใส่น้อย หรือยังไม่มีความชำนาญเพียงพอ ผมก็ฝากให้พ่อแม่ช่วยกันดูแลมากขึ้น" อาจารย์สุทินอธิบายปัญหาพร้อมกับชี้ว่าครอบครัวนับเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็ก

อาหารปลอดภัย...เส้นทางที่รอการสนับสนุนจริงจัง

อีกกิจกรรมหนึ่งที่หนุนเสริมระบบเกษตรปลอดภัยของที่นี่ ก็คือ การจัดกิจกรรม อย.น้อย โดยได้รับสนับสนุนความรู้ ทักษะและกิจกรรม การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นอย่างดีจากสถานีอนามัย งานนี้มีอาจารย์สมเพชร สิทธิน้อย เป็นผู้ประสานงานเพื่อให้นักเรียนและร้านค้าในโรงเรียนให้ความสำคัญกับการบริโภคและเลือกอาหารที่ปลอดภัย โดยเฉพาะผักปลอดสารพิษ

"ร้านค้าในโรงเรียน รวมถึงครอบครัวของเด็กเองยังไม่ตระหนักในเรื่องนี้มากนัก หลังจากที่เด็กทดลองตรวจอาหารและผักที่ร้านค้านำมาประกอบอาหาร พบว่าผักที่นำมานั้นยังไม่ปลอดภัย จึงรณรงค์ให้ความรู้แก่นักเรียน แม่ค้าในโรงเรียนและร้านค้าในชุมชน และเชื่อมโยงองค์ความรู้ให้กับเด็ก 2 กลุ่มว่า เมื่อเราตรวจพบสารพิษแล้ว เราควรหันมาส่งเสริมให้ใช้ผักปลอดสารที่โรงเรียนส่งเสริมให้เด็กปลูก" ผู้อำนวยการสมควรบอกถึงแนวทางสร้างนโยบายที่จะส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของนักเรียน โดยใช้กิจกรรมของนักเรียนนั่นเองเป็นตัวผลักดัน

อยู่เย็นเป็นสุขด้วยเกษตรปลอดพิษ

ก่อนจะจบโครงงาน นักเรียนในโครงการอาจารย์พี่เลี้ยง ปราชญ์ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้มาสรุปบทเรียนร่วมกัน เพื่อหาทิศทางการทำงานในปีการศึกษาต่อไป

"การส่งเสริมเกษตรปลอดสารพิษ ไม่ใช่แค่เรื่องของการเกษตรโดด ๆ ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่การทำงานเพียงเพราะหน้าที่แต่เป็นการทำงานที่เกิดจากความเข้าใจระบบสุขภาพของคนและสังคม ที่เชื่อมโยงอยู่กับวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมซึ่งต้องอาศัย กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของคนหลากหลาย ที่มีความมุ่งมั่นและพร้อมจะอุทิศตนเองเพื่อความคิดและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพ ความสุขที่ได้จะยั่งยืนมากกว่าการทำเพราะเป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ" ลุงต๋าสรุปความคิดของตนเองให้ทุกคนฟัง

"ดูเด็ก ๆ สนุกมากกับการเรียนรู้คราวนี้ เพราะเป็นการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมการทำงานจริง ลงแปลงปลูกผักจริง ๆ และยังถ่ายทอดยังครอบครัวอีกด้วย และดูเพื่อน ๆ จะรักกันมากขึ้นด้วย" อาจารย์สุทินพูดพร้อม ๆ กับเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังขึ้นตามมาด้วย

สุขภาวะของคนในสังคมล้วนเกี่ยวเนื่องกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์พึ่งพิง โดยเฉพาะระบบเกษตรกรรมที่ไสร้างอาหารเลี้ยงดูผู้คนในชุมชนและประเทศ

การจัดการเพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาวะที่ดีจากอาหารและเกษตร จึงเป็นเรื่องที่ได้รับความสำคัญ และเป็นประเด็นที่ภาคีสุขภาพหยิบยกมาเป็นหัวข้อในการจัดสมัชชาสุขภาพระดับพื้นที่ในปี 2546 ต่อเนื่องมาถึงปี 2547 อันนำมาสู่การเป็นหัวข้อหลักในการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ 2547 โดยมีคำขวัญเพื่อเป็นธงนำว่า "เกษตรปลอดภัย อาหารปลอดพิษ ชีวิตปลอดทุกข์" ซึ่งข้อเสนอจากเวทีนี้ประเด็น "อาหารและเกษตรเพื่อสุขภาพ" ที่ส่งมอบต่อทั้งภาคการเมืองเพื่อผลในระดับนโยบาย และภาคราชการรวมทั้งปัจเจกเพื่อผลในทางปฏิบัติ "อาหารและเกษตรเพื่อสุขภาพ" ที่ส่งมอบต่อทั้งภาคการเมืองเพื่อผลในระดับนโยบาย และภาคราชการ

รวมทั้งปัจเจกเพื่อผลในทางปฏิบัติ ได้ออกดอกออกผลให้คนหลากหลายกลุ่มที่ร่วมกันผลักดันชื่นใจ เมื่อมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2548 ออกมาว่า "เห็นชอบตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายพินิจ จารุสมบัติ) ประธาน คปรส. เสนอนโยบายและยุทธศาสตร์สุขภาพประเด็น อาหารและเกษตรเพื่อสุขภาพตามข้อเสนอจากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่ คปรส. เห็นชอบแล้ว และให้หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการต่อไป...."

"สนับสนุนให้เกิดการจัดการความรู้ในระบบเกษตรและอาหาร เกิดการไหลเวียนของข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัยนับแต่การเรียนรู้หลักการ ระบบคิด วิธีการและเทคนิคเรื่องระบบเกษตรกรรมยั่งยืน จนถึงการเป็นผู้ผลิตแปรรูป จำหน่ายบริโภคที่ดีผ่านระบบการศึกษาทั้งในและนอกโรงเรียน และมีระบบการสื่อสารเพื่อสร้างการเรียนรู้ต่อสาธารณะ"

นี่คือหนึ่งใน 6 ข้อเสนอที่สะท้อนให้เห็นว่า การปฏิบัติจริงในพื้นที่ดังเช่นกิจกรรมโครงการสอนทักษะการทำเกษตรปลอดสารพิษให้กับนักเรียนโรงเรียนวังตะกูราษฎร์อุทิศนี้ จะเป็นส่วนสำคัญของการสร้างระบบอาหารปลอดภัย ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยได้จริง

ที่มาเว็บไซด์สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพ

Comment #1
วังตะกู
Posted @September,07 2007 16.17 ip : 203...149
Photo :  , 227x206 pixel 52,106 bytes

Comment #2
ดีจริงๆ
Posted @October,03 2007 17.40 ip : 124...249
Photo :  , 22x18 pixel 221 bytes

ทำไมมันดีแบบนี้นะ อิอิ

Comment #3
เตยเลงค่ะ
Posted @November,17 2007 13.47 ip : 117...242

โรงเรียนนี้มีกว่าโรงเรียนเตยอีก

Comment #4
จ๋า
Posted @February,23 2008 22.42 ip : 58...81

ศิษย์เก่า ร.ร วังตะกู

Comment #5เคยทำแปลงเกษตรโครงการผักกางมุ้ง
Unchalee Dangnoi
Posted @April,16 2009 17.13 ip : 58...217

เคยเป็นศิษย์ อ.สุทิน

Comment #6คิดถึงเพื่อนและคำว่าโรงเรียนจัง
เกศิณี
Posted @November,24 2009 14.10 ip : 202...12

คิดถึงอาจารย์ทุกคนจังเลยโดยเฉพาะ อาจารย์โอบบุญจังอื้มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แสดงความคิดเห็น

« 6026
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง