สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ยิ น ดี ต้ อ น รั บ สู่ เ ว็ บ ไ ซ ท์ ส ง ข ล า ส ร้ า ง สุ ข

ยิ น ดี ต้ อ น รั บ สู่ เ ว็ บ ไ ซ ท์ ส ง ข ล า ส ร้ า ง สุ ข

ประเด็นด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน

แพทย์ฟันธง!! ตะกั่วเกินมาตรฐานในของเล่น ทำให้ “ปัญญาอ่อน”

แพทย์ฟันธง!! ตะกั่วเกินมาตรฐานในของเล่น ทำให้ "ปัญญาอ่อน"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 สิงหาคม 2550 18:00 น.

      แพทย์ชี้สีในอุปกรณ์ของเล่นเด็กที่มีสารตะกั่วเกินมาตรฐานส่งผลต่อสมอง ทำให้เด็กปัญญาอ่อน ทำลายเม็ดเลือดแดงและพัฒนาการช้าไม่เป็นไปตามวัย เผยผู้ประกอบการบางรายซื้อของเล่นหมดอายุ และเสื่อมสภาพบรรจุหีบห่อใหม่เลหลังขายตามท้องตลาด วอนทุกฝ่ายตรวจเข้มและหาทางแก้ไขด่วน
      รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลผลิตการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ได้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องแก้ไขมาตรฐานของเล่น (ฉบับปี 2540) กำหนดให้มาตรฐานของสารตะกั่ว 1 ใน 8 ชนิดของโลหะหนัก ซึ่งเป็นส่วนผสมในพลาสติก โลหะและสีที่ใช้ทาอุปกรณ์ของเล่นเด็ก มีปริมาณไม่เกิน 90 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หากของเล่นชนิดใดมีสารตะกั่วเกินมาตรฐานจะส่งผลต่อสมอง ทำให้เด็กปัญญาอ่อน หรือทำลายเม็ดเลือดแดง ทำให้ซีด และพัฒนาการล่าช้าไม่เป็นไปตามวัยเหมือนเด็กปกติ
      ทั้งนี้ ที่ผ่านมา หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบมาตรฐานของเล่นเด็ก การสุ่มตัวอย่างจากผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่มักจะผ่านมาตรฐาน แต่เนื่องจากการขยายตัวของตลาดโตขึ้นอย่างรวดเร็ว บวกกับยังไม่มีมาตรการตรวจจับอย่างจริงจัง ทำให้เกิดการเลียนแบบของจริง และนำเครื่องหมาย มอก.มาติดไว้ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถแยกแยะได้ จากการหารือกับนายกสมาคมของเล่นแห่งประเทศไทย พบว่า มีผู้ประกอบการบางรายไปซื้อของเล่นที่หมดอายุการใช้งานและเสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งราคาจะถูกมากมาบรรจุหีบห่อใหม่ดูแล้วน่าซื้อ วางขายเลหลังตามท้องตลาด หรือตลาดนัด ของเล่นเหล่านี้ มีทั้งที่เป็นสีที่มีสารพิษเกินขนาด หมดอายุเปลี่ยนสภาพ เช่น แบตเตอรี่หลอมละลาย รวมทั้งเปราะบางแตกหักง่าย ดังนั้น หน่วยงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มมาตรการในการตรวจจับวัดคุณภาพความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น
      "จากความหลากหลายของรูปแบบ สีสันสวยงาม ของเล่นทั้งของมีและไม่มีมาตรฐาน ยากต่อการตรวจสอบ ศูนย์วิจัยฯ จึงร่วมกับสำนักงานสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เริ่มโครงการ Safe Toys เพื่อช่วยสอดส่องดูแลและสุ่มตรวจของเด็กเล่นในที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดล่างทั่วไป นำมาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อรายงานต่อสาธารณชนต่อไป" หัวหน้าศูนย์วิจัยฯ กล่าว

ขออภัย ขณะนี้เว็บไซท์ของดการสร้างหัวข้อใหม่และการแสดงความคิดเห็นไว้ชั่วคราว