สงขลาพอเพียง : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา - Songkhla Health

หนุนเสริมภาคี ประสานความร่วมมือ

ยิ น ดี ต้ อ น รั บ สู่ เ ว็ บ ไ ซ ท์ ส ง ข ล า ส ร้ า ง สุ ข

ยิ น ดี ต้ อ น รั บ สู่ เ ว็ บ ไ ซ ท์ ส ง ข ล า ส ร้ า ง สุ ข

ประเด็นด้านกองทุนชุมชนที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ

พุทธศาสนากับการแก้ปัญหาวิกฤตโลก

สุภาคย์ อินทองคง

ศูนย์เรียนรู้ชุมชนภาคใต้ (ศรช.)

สถานภาพของพุทธศาสนาในสายสังคมโลก

ถ้าเราจะมองพุทธศาสนาตามสายตาของผู้รู้ 3 กลุ่มหลัก คือ นักวิทยาศาสตร์ธรรมชาติที่พยายามศึกษาค้นคว้าความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติทั่วไปแล้วเสนอผลออกมาเป็นองค์ความรู้ที่เรียกว่า วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural sciences) นักสังคมศาสตร์ที่พยายามศึกษาค้นคว้าความจริงเกี่ยวกับสังคมแล้วเสนอองค์ความรู้ที่เรียกว่า สังคมศาสตร์ (Social sciences) นักมนุษยศาสตร์ที่พยายามศึกษาค้นคว้าความจริงเกี่ยวกับมนุษย์แล้วเสนอผลเป็นองค์ความรู้ที่เรียกว่ามนุษยศาสตร์ (Humanities) นั้น พบว่า ต่างก็มองว่าพุทธศาสนามีฐานะหรือสถานภาพเป็นศาสตร์นั้นๆ ด้วยกล่าวคือ

  1. พุทธศาสนา (พุทธธรรม) มีฐานะเป็นวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เพราะให้ความรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวธรรมชาติ กฎธรรมชาติ หน้าที่ธรรมชาติ และผลธรรมชาติ เช่น ความจริงเกี่ยวกับธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ทั้งที่มีอยู่ที่ตัวมนุษย์และรอบๆ ตัวมนุษย์ หรือความจริงในเรื่องเหตุปัจจัยมีหลักนิยาม 3 (ไตรลักษณ์) หลักนิยาม 5 หลักอิทัปปัจจัยตา เป็นต้น

  2. พุทธศาสนา (พุทธธรรม) มีฐานะเป็นสังคมศาสตร์ เพราะให้ความรู้ความริงเกี่ยวกับสังคม (Society) กฎสังคม (Social Law) บทบาทของสังคม (Social role) และผลของสังคม (Social result ) เช่น ตัวสังคมพุทธ พุทธบริษัท ชุมชนพุทธ กฎกติกาของสังคมพุทธ บทบาทหน้าที่ของชาวพุทธที่จะต้องปฏิบัติต่อกัน และผลที่เกิดจากการปฏิบัติตามกฎกติกานั้นๆ ซึ่งปรากฏอยู่ในหลัก ศีลธรรม มี ศีล 5 หรือมนุษย์ธรรม 5 ทิศ 6 เป็นต้น

  3. พุทธศาสนา (พุทธธรรม) มีฐานะเป็นมนุษย์ศาสตร์ (Humanities) เพราะให้ความรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวมนุษย์ทั้งด้านกายภาพ และจิตภาพ (ด้านร่างกายและจิตใจ) องค์ความรู้ของชีวิตมนุษย์ภายใต้ชื่อว่า ขันธ์ 5 คือ รูปธาตุ (ร่างกาย) มีองค์ประกอบหลัก 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และนามธาตุ (จิตใจ) คือ เวทนา (รู้สึก) สัญญา (จำ) สังขาร (คิด) และวิญญาณ (รู้) และอายตนะ 12 คือ เครื่องมือหรือช่องทางเชื่อมต่อธรรมชาติภายในมนุษย์กับธรรมชาติภายนอก ซึ่งแยกเป็น 2 กลุ่มคืออายตนะภายใน 6 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ตัวมนุษย์ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ และอายตนะภายนอก 6 ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถปฏิสัมพันธ์ได้ คือ รูป เสียง กลิ่น รส สิ่งสัมผัส และธรรมารมณ์ และที่สำคัญสูงสุดคือพุทธธรรมได้ชี้ชัดลงไปว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่พัฒนาได้ และต้องพัฒนาโดยให้พยายามแก้สิ่งเลวร้ายทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับตน และกันสื่งเลวร้ายที่ยังไม่เกิดให้อยู่ห่างไกล ในขณะเดียวกันให้พยายามเก็บความดีสิ่งดีทั้งหลายที่เกิดแล้ว และก่อสิ่งดีทั้งหลายให้เกิดเพิ่มเติม (หลักสัมมัปปธาน 4) โดยการให้ฝึกฝนอบรมตนใน 3 ด้าน ผ่านระบบ 3 ระบบ คือ ให้ฝึกกายด้วยระบบคีล ให้ฝึกจิตด้วยระบบสมาธิ และในฝึกจิตวิญญาณด้วยระบบปัญญา (หลักไตรศึกษาหรือหลักอริยมรรคมรรคมีองค์ 8) เพื่อรู้สภาพของปัญหา (ทุกขุ์) เห็นเหตุปัญหา (สมุทัย) แจ้งใจในจุดหมายปลายทางชีวิต (นิโรธ) และลงมือเดินหรือปฏิบัติตามแนวทางนั้น (มรรคมีองค์ 8 หรือไตรสิกขา) เป็นต้น เพื่อหลุดพ้นจากการยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 หรือภาวสุข-ทุกข์ที่รบกวนจิต

จากมุมมองของผู้รู้ทั้ง 3 ศาสตร์หรือ 3 ส่วน ก็พอจะยืนยันสถานภาพสำคัญที่ผู้รู้เขาสรุปกันไว้คือ พุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งปัญญา (คณะ ผชป. ในพุทธทาสภิกขุ 2542:) เพราะให้ความแจ่มชัดในความเป็นองค์ร่วมของความเป็นมนุษย์ สังคม และธรรมชาติแวดล้อม ที่ต้องพึ่งพาและพึ่งพิงกันดำรงอยู่และขับเคลื่อนไปภายใต้ความเป็นเหตุเป็นผลของกันและกันตลอดไป นั่นคือ คน สังคม-วัฒนธรรม และธรรมชาติแวดล้อมต่างก็อยู่ภายใต้กฎเดียวกันคือ กฎแห่งความเป็นเหตุ เป็นผลต่อกันที่เรียกว่า อิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปปาท (causation or dependent origination)

นั้นคือ ความเป็นคนก็ดี ความเป็นสังคม-วัฒนธรรมก็ดี และความเป็นธรรมชาติก็ดี ต่างก็ตกอยู่ภายใต้หลักการหรือกฎที่ว่านี้

แสดงความคิดเห็น

« 8815
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง